ตู้ซานชิวหยิบกระจกทองแดงมาส่องซ้ายส่องขวา ก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าเจ็บช้ำว่า “พี่ใหญ่ รูปโฉมของข้าในอำเภอชิงเหอของเรา ก็นับว่าโดดเด่นไม่เป็นรองใคร...”
เห็นลู่เฟิงเหนียนขมวดคิ้วอีกครั้ง เขาจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “ในเมื่อท่านไว้ใจข้าแล้ว เหตุใดจึงยังต้องแหกคุกด้วยเล่า?”
ลู่เฟิงเหนียนกระแอมเบา ๆ “น้องชายข้าออกจากค่ายทหารมาได้ แม้จะอาศัยเถ้าแก่ฟาง ฟางตงเป็นผู้ช่วยพูดให้ แต่คนที่ออกแรงคือท่านน้าของเจ้า
แม้ข้าจะต้องจ่ายสิ่งตอบแทนไปบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ได้รับน้ำใจจากท่านน้าของเจ้า
หากเขายังช่วยพาข้าออกจากคุกอีก บ้านสกุลลู่ของเราก็จะติดค้างน้ำใจเขามากขึ้น
สิ่งที่ยากจะชดใช้ที่สุดในโลกนี้ก็คือหนี้น้ำใจ
ลู่เฟิงเหนียนอย่างข้า ไม่ชอบติดค้างใคร
ที่สำคัญกว่านั้น หากข้ารับความช่วยเหลือจากท่านน้าของเจ้าแล้วออกจากคุก ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับเสี่ยวอวี่ก็จะไม่เท่าเทียมกัน...”
ตู้ซานชิวโบกมือรัว “พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้คิดจะใช้บุญคุณบีบบังคับให้เสี่ยวอวี่ตอบแทนอะไรเลยจริง ๆ”
ลู่เฟิงเหนียนกล่าวเสียงเบา “ถึงเจ้าไม่ได้คิดเช่นนั้น แต่ข้อเท็จจริงก็เป็นเช่นนี้
อีกอย่าง เมื่อเทียบฐานะครอบครัวแล้ว บ้านสกุลลู่ของเราด้อยกว่าบ้านสกุลตู้ของพวกเจ้ามาก
ไม่ว่าเจ้าจะจริงใจต่อเสี่ยวอวี่เพียงใด หากวันหน้าแต่งเข้าบ้านสกุลตู้ นางก็ยากจะไม่ถูกเอาเปรียบ”
ตู้ซานชิวกำลังจะเอ่ยปาก ลู่เฟิงเหนียนก็กล่าวต่อว่า “เรื่องที่เจ้าตามจีบเสี่ยวอวี่ ข้าไม่คัดค้าน
อีกทั้งข้ากำลังจะไปแนวหน้า ต่อให้คัดค้านไปก็ไร้ประโยชน์
