เย่เจิ้งถังขมวดคิ้ว “แต่วิธีการของเจ้าโหดเหี้ยมเกินไป”
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มบาง “ถอนหญ้าต้องถอนราก ลมวสันต์พัดมาเมื่อใด มันก็ผลิขึ้นใหม่อีกครั้ง
หัวหน้ามือปราบเย่ วันนี้ข้ามาหาเจ้า ไม่ได้คิดจะถกเรื่องที่ผ่านไปแล้วและยุติลงไปแล้ว”
เย่เจิ้งถังถามเสียงต่ำ “เจ้าต้องการคุยเรื่องใดกับข้า?”
ลู่เฟิงเหนียนกระแอมเบา ๆ “ในเมื่อหัวหน้ามือปราบเย่เปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว และตัดสินใจจะใช้ชีวิตอีกแบบ
คราวก่อนเจ้าเป็นคนชี้ทางให้ข้า วันนี้ข้าจะชี้ทางให้เจ้าอีกสักเส้น”
เย่เจิ้งถังไม่ได้กล่าวอะไร เพียงมองลู่เฟิงเหนียนเงียบ ๆ
ลู่เฟิงเหนียนกล่าวต่อ “เหลยหู่ เชียนฮู่แห่งค่ายทหารแคว้นหลิ่ว รูปร่างกำยำหยาบกร้าน แต่ภายในเปี่ยมแผนการ
อีกไม่นาน เกรงว่าเขาคงได้เป็นโส่วเป้ยประจำแคว้นหลิ่ว
คราวนี้เขาเป็นผู้นำกำลังไปกวาดล้างโจรแห่งค่ายเฮยสุ่ย
อีกไม่นานเจ้าก็จะได้พบเขา
ข้ายังพอพูดกับเขาได้อยู่บ้าง หากเจ้าต้องการผูกสัมพันธ์กับเขา ข้าก็ช่วยปูทางให้ล่วงหน้าได้”
แววตาเย่เจิ้งถังวูบไหว สีหน้าเปลี่ยนแปลงไปหลายครั้ง
ลู่เฟิงเหนียนกล่าวเสริม “ในเมื่อเจ้าเริ่มก้าวแรกไปแล้ว ต่อจากนี้ก็ไม่ต้องลังเลอีก
เหลยหู่ผู้นี้มิใช่คนธรรมดา วันหน้าต้องไม่พอใจกับตำแหน่งโส่วเป้ยแคว้นหลิ่วเพียงเท่านี้แน่
หากเจ้าได้รับการสนับสนุนจากเขา โอกาสที่จะได้ไปประจำตัวเมืองแคว้นในภายหน้าก็สูงยิ่ง
ลองคิดดู หากเจ้ากุมอำนาจใหญ่ในตัวเมืองแคว้นแล้วค่อยกลับมาจัดการเรื่องของอำเภอชิงเหอ จะไม่ง่ายดายราวพลิกฝ่ามือหรือ?”
