“พี่ลู่ หากพวกเราเอาของพวกนี้ไป ท่านไป่ฮู่ฟางต้องลงโทษพวกเราแน่!”
ถูหย่วนมีสีหน้าลำบากใจ
ลู่เฟิงเหนียนส่ายหน้า “วางใจเถอะ อีกเดี๋ยวท่านไป่ฮู่ฟางจะมาหาข้า เรื่องนี้ข้าจะคุยกับเขาเอง
พวกเจ้าถือธนูกับดาบเหล่านี้ไว้ได้อย่างสบายใจ ไม่มีเรื่องอะไรหรอก”
สิ้นเสียง ก็มีเสียงดังมาจากนอกค่าย “ลู่เฟิงเหนียน ท่านไป่ฮู่มีเรื่องเรียกพบ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถูหย่วน หวังเถี่ยจู้ และคนอื่น ๆ ก็ไม่ลังเลอีก ต่างหยิบธนูกับดาบไปคนละชุด
…………
“จากความเร็วในการเคลื่อนทัพของทหารต้าโจว ตอนที่เจ้าพบพวกเขา พวกเขายังอยู่ห่างจากพวกเราอย่างน้อยสี่ถึงห้าลี้ เจ้าพบพวกเขาได้อย่างไร?” ฟางกุ้ยถามอย่างสงสัย
ลู่เฟิงเหนียนเตรียมคำตอบไว้แล้ว เขาลดเสียงลงกล่าวว่า “ตอนทหารต้าโจวมาถึง ข้านอนไม่หลับ เลยออกไปเดินเล่นนอกค่ายพอดี จึงพบพวกเขาเข้า”
ฟางกุ้ยร้องอ้อ สีหน้าเต็มไปด้วยความกังขา
จากนั้นเขาก็หัวเราะกล่าวว่า “พวกเราจับเชลยมาได้คนหนึ่ง เค้นถามจนรู้ว่าทหารต้าโจวกลุ่มนี้สังกัดค่ายเฟยสง กองกำลังชั้นยอดของต้าโจว
ค่ายเฟยสงมีคนเพียงสามพัน แต่ทุกคนกล้าหาญและชำนาญการศึก เป็นกองกำลังชั้นหัวกะทิของต้าโจว รับหน้าที่เจาะแนวป้องกันและฝ่าฟันอุปสรรคโดยเฉพาะ
ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่หลายคราที่แนวเส้นทางด่านสือหยางของเราประสบ ล้วนเกี่ยวข้องกับค่ายเฟยสง
คืนนี้พวกเราสังหารพวกเขาไปกว่าร้อยคน นับเป็นความชอบใหญ่หลวง!”
กล่าวถึงตรงนี้ เขาก็ตบไหล่ลู่เฟิงเหนียน “พวกเรายังไปไม่ถึงแนวหน้า ก็สร้างความชอบใหญ่หลวงเช่นนี้ ทั้งยังแสดงอานุภาพของแคว้นหลิ่วให้ประจักษ์ เมื่อข่าวชัยชนะส่งไปถึงท่านเชียนฮู่ เขาต้องยินดีเป็นแน่
