ความคิดแรกของลู่เฟิงเหนียนคือ ตู้ซานชิวเจ้าเด็กนี่ต้องกำลังคิดแผนชั่วอะไรอยู่แน่!
เขาจึงตอบกลับไปว่า “นางได้รับโทษแล้ว เรื่องนี้จบลงเพียงเท่านี้ ขอลา”
กล่าวจบ เขาก็ยกหาบขึ้น เตรียมพาหลิ่วอวิ๋นเจวียนกับลู่เสี่ยวอวี่จากไป
ตู้ซานชิวกลับรีบวิ่งมาขวางหน้าทั้งสาม พลางประสานมือคารวะซ้ำ ๆ “ทั้งสามท่าน ข้าไม่ได้ล้อเล่น และไม่ได้มีเจตนาอื่นใด ข้าตั้งใจจริงที่จะขอขมา”
ระหว่างพูด เขาก็ตะโกนลั่นไปทางห้องด้านหลัง “คนอยู่ไหนกัน? กลางวันแสก ๆ กลับไม่เห็นใครสักคน พวกเจ้าหายหัวไปตายที่ไหนกันหมด?”
หลังเสียงตะโกนดังขึ้น ราวสี่ลมหายใจให้หลัง ก็มีเสียงฝีเท้าสับสนดังมา คนสี่คนรีบร้อนวิ่งออกมาจากห้องด้านหลัง เป็นชายสองหญิงสอง ล้วนมีรูปลักษณ์เยาว์วัย
ทั้งสี่คนต่างมีท่าทางงัวเงีย เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่กำลังนอนพักกลางวันกันอยู่
“เถ้าแก่น้อย มีสิ่งใดสั่งการขอรับ?”
“เถ้าแก่น้อย พวกเราเพิ่งกินข้าวเสร็จ กำลังพักสายตากันอยู่ขอรับ”
…………
ทั้งสี่รีบเข้ามาสอบถาม
ตู้ซานชิวโบกมือ “รีบไปวัดตัวลูกค้าทั้งสามท่าน ใช้ผ้าที่ดีที่สุดในร้าน ตัดชุดให้พวกเขาคนละสองชุด”
ได้ยินดังนั้น ทั้งสี่ก็รีบหยิบสายวัด ชอล์ก และดินสอถ่าน ก่อนเร่งฝีเท้าเข้าไปหาลู่เฟิงเหนียนทั้งสาม โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงก็เตรียมวัดตัวให้พวกเขา
“ช้าก่อน!”
ลู่เฟิงเหนียนโบกมือไล่ทั้งสี่ พลางมองตู้ซานชิวด้วยสายตาเย็นชา “เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”
