ลู่เสี่ยวอวี่มือไม้คล่องแคล่ว ไม่นานก็จัดเตรียมมื้อค่ำให้ลู่เฟิงเหนียนเสร็จสิ้น มีทั้งเนื้อและผัก สำรับเช่นนี้นับว่ายอดเยี่ยมที่สุดในหมู่บ้านเม่าเอ๋อเวลานี้แล้ว
หลิ่วอวิ๋นเจวียนกับลู่เสี่ยวอวี่กินข้าวกันแล้ว ทั้งสองจึงนั่งล้อมโต๊ะเป็นเพื่อนลู่เฟิงเหนียนกินอาหาร
ลู่เสี่ยวอวี่เอ่ยขึ้นกะทันหันว่า “พี่ใหญ่ วันนี้หมู่บ้านเม่าเอ๋อกับหมู่บ้านซ่างเจียตีกันอีกแล้ว”
ลู่เฟิงเหนียนถามว่า “ทะเลาะกันเพราะแหล่งน้ำอีกแล้วหรือ?”
ลู่เสี่ยวอวี่พยักหน้า “ใช่น่ะสิ พอถึงช่วงแล้งทีไร ทุกปีก็ต้องตีกันหลายครั้ง”
ลู่เฟิงเหนียนส่งเสียงรับคำ แล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ
หลิ่วอวิ๋นเจวียนกล่าวว่า “วันนี้มีคนในหมู่บ้านมาหา บอกว่าอยากเชิญเจ้าไป”
ลู่เฟิงเหนียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “เรื่องหมู่บ้านซ่างเจียหรือ?”
หลิ่วอวิ๋นเจวียนพยักหน้า “วันนั้นเจ้าแสดงวิชายิงธนูอันร้ายกาจต่อหน้าผู้คน พอเกิดเรื่องเช่นนี้ พวกเขาย่อมนึกถึงเจ้า”
ลู่เฟิงเหนียนถามว่า “แล้วเจ้าตอบไปอย่างไร?”
หลิ่วอวิ๋นเจวียนตอบเสียงเบา “ข้าบอกเพียงว่าเจ้าไม่อยู่บ้าน”
ลู่เฟิงเหนียนรับคำ “ตามเหตุผลแล้ว นี่เป็นเรื่องของหมู่บ้านเม่าเอ๋อทั้งหมู่บ้าน ข้าควรไปช่วยจึงจะถูก
แต่บิดาจากไปแล้ว ต่อให้หม่านเยว่กลับบ้านมา พวกเราก็ไม่ได้ไปทำนาไม่กี่หมู่นั่นอยู่ดี
เรื่องแย่งชิงแหล่งน้ำกับหมู่บ้านซ่างเจียไม่เกี่ยวข้องกับครอบครัวเรามากนัก ข้าจะไม่เข้าไปยุ่ง”
ลู่เสี่ยวอวี่กล่าวเสริม “พี่ใหญ่พูดถูก แต่ก่อนทุกปีที่ตีกับหมู่บ้านซ่างเจีย ท่านพ่อกับพี่รองก็เข้าร่วมด้วย ปีก่อนโน้นพี่รองยังได้รับบาดเจ็บเลย
