“วางใจเถิด ข้ารับรองว่าก่อนงานจะเสร็จ ข้าจะไม่แตะสุราแม้แต่หยดเดียว!” ชิวหมิงจู้ตบอกผอมแห้งของตนจนดังตุบ ๆ อีกครั้ง
ลู่เฟิงเหนียนจึงปล่อยมือ
ชิวหมิงจู้ได้เงินครึ่งตำลึง ใบหน้าก็ยิ้มกว้างจนหุบไม่ลงอยู่พักใหญ่
หลังตั้งสติได้เล็กน้อย เขาก็ถามว่า “เฟิงเหนียน เจ้าอยากให้ข้าไปซ่อมบ้านใครหรือ?”
ลู่เฟิงเหนียนกระแอมเบา ๆ “เถียนอิง”
พอได้ยินเช่นนั้น ชิวหมิงจู้ก็ชะงัก “แม่ม่ายเถียนหรือ? นางกับเจ้า...”
ลู่เฟิงเหนียนเอ่ยขัด “รีบเก็บความคิดสกปรกในใจเจ้าไปเสีย หากพี่เถียนไม่ให้ข้ายืมคันธนูล่าสัตว์ ข้าคงจับสุนัขจิ้งจอกไม่ได้หรอก
ในตำรามีคำกล่าวว่า หยดน้ำแห่งบุญคุณ พึงตอบแทนด้วยธารน้ำพุ”
ชิวหมิงจู้พยักหน้ารัว ๆ ทั้งยกนิ้วโป้งให้ลู่เฟิงเหนียน “บัณฑิตนี่ไม่เหมือนคนทั่วไปจริง ๆ รู้จักธรรมเนียม เปิดเผยตรงไปตรงมา
วางใจได้เต็มร้อย งานคราวนี้ข้าจะทำให้เสร็จอย่างดีและครบถ้วนแน่นอน”
ลู่เฟิงเหนียนพยักหน้า ไม่รั้งรออีกต่อไป แล้วหันหลังจากไป
…………
ยามค่ำ ใกล้ถึงยามไฮ่
ชาวบ้านในหมู่บ้านเม่าเอ๋อส่วนใหญ่เข้าสู่ห้วงนิทรากันหมดแล้ว
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูแผ่วเบาดังขึ้นที่หน้าบ้านสกุลลู่
หลิ่วอวิ๋นเจวียนสวมเสื้อคลุมแล้วลุกขึ้น มองลอดช่องประตูจนเห็นคนที่อยู่ด้านนอกชัดเจน ก็รีบเปิดประตูเชื้อเชิญเข้ามา
ผู้มาเยือนคือแม่ม่ายเถียนนั่นเอง
“สะใภ้บ้านจาง ดึกดื่นป่านนี้ เหตุใดจึงมาหรือ?” หลิ่วอวิ๋นเจวียนพาแม่ม่ายเถียนเข้าไปในห้องโถง แล้วถามด้วยความสงสัย
