ทหารคนสนิทไม่แม้แต่จะร้องครางสักแอะ ก็ล้มคว่ำลงกับพื้น สิ้นใจในทันที
เจียงเทียนไป๋รีบหันไปมอง เห็นลู่เฟิงเหนียนกำลังเดินตรงเข้ามาอย่างองอาจ ท่ามกลางการห้อมล้อมของเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา
เสียงลูกธนูแหวกอากาศดังขึ้นอีกหลายครั้ง ทหารคนสนิทสามนายที่อยู่ข้างกายเจียงเทียนไป๋ทยอยล้มลง
“ลู่เฟิงเหนียน เจ้าช่างบังอาจนัก กล้าสังหารทหารกองทัพเฮยเฟิงของข้าเชียวหรือ! โทษที่เจ้าก่อมีแต่ประหารสถานเดียว...” เจียงเทียนไป๋ตะโกนเสียงดัง ทว่ากลับแฝงความหวาดหวั่น
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ลู่หยางซึ่งติดตามลู่เฟิงเหนียนอยู่ก็ปล่อยธนูออกไปอย่างรวดเร็ว
ลูกธนูแหวกอากาศ พริบตาเดียวก็พุ่งมาถึงเบื้องหน้าเจียงเทียนไป๋
เจียงเทียนไป๋เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นฟ้ากำเนิด แม้บาดเจ็บแล้ว แต่ก็ยังมีพลังต่อสู้อันไม่ธรรมดา
เมื่อเห็นลูกธนูพุ่งเข้ามา เขาก็ชักดาบเอวออกมาทันควัน
เคร้ง!
ลูกธนูถูกฟันขาดเป็นสองท่อน ร่วงลงบนพื้นในพริบตา
ทว่าเสียงฟิ้วดังขึ้นอีกครั้ง จ้าวอู๋ก็ยิงธนูตามมา
ครานี้เจียงเทียนไป๋ไม่อาจต้านทานได้
เขาร้องโหยหวน ล้มลงกับพื้น
ขาอีกข้างของเขาถูกลูกธนูยิงทะลุ ไม่อาจพยุงร่างกายได้อีกต่อไป
เขาหงายหลังล้มลง พลางด่าทอว่า “ลู่เฟิงเหนียน เจ้ากล้ายิงข้าเชียวหรือ เจ้าจบเห่แล้ว ตายแน่! ค่ายเซียนเติงของพวกเจ้าทั้งค่ายก็จบเห่เหมือนกัน...”
ลู่เฟิงเหนียนหยุดยืนข้างกายเจียงเทียนไป๋ มองลงมาด้วยสายตาเย็นชา “ก่อนหน้านี้ข้าบอกเจ้าแล้ว ให้สงบเสงี่ยมเสียบ้าง แต่เจ้าไม่ยอมฟัง
คำดี ๆ ยากจะเกลี้ยกล่อมผีที่รนหาที่ตาย ประหยัดแรงไว้ แล้วเดินทางไปอย่างสงบเถิด”
สิ้นเสียง ดาบกวาดสารทก็ชักออกจากฝัก
คมดาบเย็นเยียบวูบผ่านใต้ลำคอของเจียงเทียนไป๋อย่างรวดเร็ว ศีรษะอันสง่างามพลันหลุดจากบ่า
