คำพูดของลู่เฟิงเหนียนครั้งนี้กล่าวได้ว่าอำมหิตยิ่งนัก
แววโกรธวาบผ่านดวงตาของหลี่เสี่ยวโหรว แต่ไม่นานนางก็ข่มมันลง รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปหาลู่เฟิงเหนียนอีกครั้ง พลางกล่าวทั้งน้ำตา
“เฟิงเหนียน ข้ารู้ว่าเจ้าปากร้ายแต่ใจอ่อน ในใจยังมีข้าอยู่แน่
ก่อนหน้านี้เจ้าอยากจับมือข้ามาตลอดไม่ใช่หรือ? ตอนนี้ข้ายอมให้เจ้าจับแล้ว
หากเจ้ายอมแต่งกับข้า ข้าไม่เพียงยอมให้เจ้าจับมือ แต่ยังมอบกายให้เจ้าได้เดี๋ยวนี้เลย...”
ลู่เฟิงเหนียนรู้สึกขยะแขยง ยกมือขึ้นตบหน้าหลี่เสี่ยวโหรวอย่างแรงฉาดหนึ่ง
หลี่เสี่ยวโหรวถูกตบจนหมุนคว้างอยู่กับที่สามรอบ มึนงงหัวหมุน เดินโซเซแทบล้ม
ลู่เฟิงเหนียนก้าวยาว ๆ ไปข้างหน้า คว้าคอนางไว้แล้วหิ้วขึ้นมาราวกับหิ้วลูกไก่ ก่อนเดินตรงไปยังปากหมู่บ้าน
หลี่เสี่ยวโหรวได้สติกลับมา ก็พยายามดิ้นรนสุดชีวิต พลางตะโกนลั่น “ลู่เฟิงเหนียน เจ้าจะทำอะไร? รีบปล่อยข้า!”
ทว่าลู่เฟิงเหนียนไม่สะทกสะท้าน ยังคงก้าวเดินอย่างรวดเร็ว
หลี่เสี่ยวโหรวตะโกนต่อ
“พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย รีบมาช่วยข้าด้วย ลู่เฟิงเหนียนจะล่วงเกินข้า!”
“ลู่เฟิงเหนียนใช้อำนาจรังแกคน คิดรังแกสตรีอ่อนแออย่างข้า!”
…………
เสียงของหลี่เสี่ยวโหรวดังไม่น้อย ชาวบ้านหมู่บ้านเม่าเอ๋อที่อยู่ใกล้เคียงถูกเสียงรบกวน ต่างพากันออกจากบ้าน
เมื่อเห็นลู่เฟิงเหนียนหิ้วหลี่เสี่ยวโหรวไว้ด้วยมือเดียวและเดินฉับ ๆ ทุกคนก็พากันประหลาดใจ
แต่ไม่มีใครเข้าขัดขวาง ต่างเดินตามหลังลู่เฟิงเหนียนไป ดูว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่
