【ที่เก็บสมอง นิยายเมค่าอวกาศสไตล์ฉัน ตั้งค่าพิเศษไว้เพียบ อย่าจับผิดกันนะ~】
“สมรรถภาพร่างกายกับระดับพลังจิตของเธอ ไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำของโรงเรียนทหารกลางด้วยซ้ำ
แต่เพื่อชดเชยที่เธอต้องเร่ร่อนอยู่ข้างนอกมาสิบแปดปี ฉันจะส่งเธอไปเรียนสาขาสนับสนุนของโรงเรียนทหารกลาง เพื่อประดับประวัติให้ดูดี อยู่ในโรงเรียนให้เรียบร้อยสี่ปี พอเรียนจบฉันจะเตรียมงานให้เธอหนึ่งงาน
ไม่ว่ายังไง เธอก็เป็นลูกของตระกูลจู่
ฉันเป็นคนยุติธรรมมาแต่ไหนแต่ไร ไม่มีทางลำเอียงกับลูกคนไหน
ถึงแม้เธอจะเป็นแค่...ระดับ C ก็ตาม”
จู่เซิ่งอี้พยักหน้า ยืนอย่างสบาย ๆ แล้วอดหาวหวอดใหญ่ออกมาไม่ได้
หญิงผมสั้นที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงข้ามค่อย ๆ ขมวดคิ้ว
หล่อนนั่งตัวตรง หลังเหยียดตรง คิ้วตาคมเข้มดูปราดเปรียว แต่แฝงความอดกลั้นไว้อย่างเห็นได้ชัด
สายตาที่มองมาราวกับคมมีด
จู่เซิ่งอี้ไม่รู้สึกอะไรเลย
ช่วยไม่ได้ เมื่อคืนเธอเล่นจอแสงโต้รุ่ง เพิ่งได้นอนแค่สองชั่วโมงก็ถูกเรียกให้ลุกไปลงทะเบียนที่โรงเรียน
ใครกันนะเป็นคนประดิษฐ์จอแสงขึ้นมา
ทำไมมันถึงสนุกขนาดนี้นะ
ถ้าตอนอยู่แดนนักบำเพ็ญมีของแบบนี้ก็คงดี
จู่เซิ่งอี้ไม่ใช่คนท้องถิ่นของโลกอวกาศ
เธอมาจากโลกแห่งการบำเพ็ญ ตอนกำลังปีนบันไดสู่สวรรค์ บันไดสวรรค์กลับพังทลาย ทำให้เธอตายคาที่ วิญญาณแตกสลาย
พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอก็มาอยู่ในอีกโลกหนึ่งแล้ว
แถมยังอยู่ในร่างเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบ
เธอใช้ความพยายามไม่น้อยกว่าจะทำความเข้าใจสถานที่แปลกใหม่นี้ได้
โลกอวกาศประกอบด้วยดาวเคราะห์นับไม่ถ้วน โดยมี “ดาวกลาง” ซึ่งเป็นดาวหลักดวงแรกเป็นศูนย์กลาง ยิ่งเข้าใกล้ดาวกลาง เขตดวงดาวก็ยิ่งรุ่งเรืองเจริญก้าวหน้า ยิ่งอยู่ห่างออกไปก็ยิ่งแร้นแค้น
ดาวที่จู่เซิ่งอี้เคยอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้อยู่สุดขอบ ถูกเรียกว่าดาวขยะ
ยากจน วุ่นวาย รุนแรง และนองเลือด
ก่อนที่เธอจะมา ร่างเดิมอาศัยอยู่กับคุณยายคนหนึ่ง ทั้งคู่ตระเวนเก็บขยะในตอนกลางวัน พอตกกลางคืนก็หลบซ่อนตัวเพื่อประทังชีวิตไปวัน ๆ
ต่อมาคุณยายเสียชีวิต ร่างเดิมไม่กล้าออกไปไหนตามลำพัง จึงอดตายอย่างน่าเวทนา
จู่เซิ่งอี้เข้ามาครอบครองร่างนี้ในตอนนั้นเอง
“จู่เซิ่งอี้ ยืนก็ยืนให้มันดี ๆ ยืดตัวตรงเดี๋ยวนี้!” จู่ยวนหลานทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงตวาดเสียงเข้ม
จู่เซิ่งอี้ชิดขาทั้งสองข้างเข้าหากัน แต่ร่างก็ยังเอียงกระเท่เร่อยู่ดี
หว่างคิ้วของจู่ยวนหลานกระตุก ก่อนจะขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิม
ในสายตาของหล่อน ลูกสาวแท้ ๆ ที่พลัดไปอยู่ต่างดาวสิบแปดปีคนนี้ นอกจากมีใบหน้าคล้ายคนตระกูลจู่อยู่บ้าง ก็ไม่มีส่วนไหนเหมือนอีกเลย
จู่เซิ่งอี้เองก็เข้าใจว่าคุณจู่รังเกียจเธอ
ตระกูลจู่รับราชการทหารสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
คุณจู่ที่อยู่ตรงหน้านี้ก็สังกัดกองทัพที่หนึ่ง ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วน เป็นหนึ่งในนายพลระดับสูงที่อายุน้อยที่สุดของสหพันธ์อวกาศ
ส่วนเธอ ในฐานะลูกสาวแท้ ๆ ของจู่ยวนหลาน
กลับเป็นแค่...ขยะไร้ประโยชน์ที่ใช้ชีวิตอยู่บนดาวขยะมาสิบแปดปี แถมยังมีนิสัยเสียติดตัวเต็มไปหมด
จู่ยวนหลานลุกขึ้นยืน มองเธอด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงยิ่งเย็นเยียบขึ้นไปอีก
“เลิกทำตัวเหลาะแหละไร้ระเบียบแบบนี้เสียที รีบแก้ไขให้ได้ ไม่อย่างนั้นพอเข้าโรงเรียนทหารกลางไปแล้ว เธอจะได้ลิ้มรสความลำบากอีกเยอะ
อย่าคิดว่าเป็นคนตระกูลจู่แล้วครูในโรงเรียนจะปฏิบัติกับเธอเป็นพิเศษ ไปถึงโรงเรียนก็ทำตัวดี ๆ เชื่อฟัง อย่าทำให้ชื่อเสียงของตระกูลจู่ต้องมัวหมอง”
จู่เซิ่งอี้หาวอีกครั้งแล้วพยักหน้ารับ “คุณจู่ไม่ต้องห่วงค่ะ”
“ยานอวกาศจอดอยู่หน้าประตูแล้ว ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตจะโอนเข้าบัญชีเธอตรงเวลาทุกวันที่หนึ่งของเดือน”
“ขอบคุณค่ะ คุณจู่ผู้ใจกว้าง”
พอได้ยินเรื่องค่าใช้จ่าย ดวงตาของจู่เซิ่งอี้ก็สว่างวาบขึ้นมาทันที
จริง ๆ แล้วจะไปที่ไหนก็ไม่สำคัญ ขอแค่ได้กินอิ่มก็พอ
สวรรค์รู้ดีว่าตอนอยู่บนดาวขยะอันแร้นแค้น เธอไม่เคยได้กินอิ่มสักมื้อ มื้อหนึ่งมี มื้อหนึ่งไม่มีอยู่บ่อย ๆ!
จู่เซิ่งอี้ยกกระเป๋าเดินทางข้างเท้าขึ้นแล้วเดินออกจากบ้าน
ด้านนอกประตูมียานอวกาศลอยฟ้าจอดอยู่ลำหนึ่ง
จู่เซิ่งอี้ยกกระเป๋าเดินทางขึ้นยาน แล้วทิ้งตัวลงบนเบาะหนังแท้นุ่มสบายทันที
“ไปโรงเรียนทหารกลาง”
เธอบอกจุดหมายปลายทางลวก ๆ พลางหยิบแท่งอาหารพลังงานสูงจากกระเป๋าเสื้อมาอมไว้ในปาก
ยานอวกาศไร้คนขับเข้าสู่โหมดควบคุมอัจฉริยะ ก่อนจะค่อย ๆ ลอยขึ้นฟ้าอย่างนุ่มนวล
จู่เซิ่งอี้หรี่ตามองทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่ค่อย ๆ เคลื่อนถอยหลัง
ที่จริงสิบปีที่อยู่บนดาวขยะ เธอใช้ชีวิตได้ไม่เลวเลย อย่างไรเสียเธอก็เป็นจอมกระบี่ผู้เลื่องชื่อในแดนนักบำเพ็ญ
ผู้บำเพ็ญกระบี่น่ะหรือ ใคร ๆ ก็รู้ว่าถนัดใช้ชีวิตอย่างยากจนที่สุด
อาศัยสัญชาตญาณการต่อสู้จากแดนนักบำเพ็ญ จู่เซิ่งอี้ฝ่าฟันเส้นทางนองเลือดขึ้นมาได้บนดาวขยะที่ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ
นอกจากมักจะกินไม่อิ่มแล้ว ชีวิตก็ยังพอสุขสบายอยู่
จนกระทั่งเผ่าแมลงปรากฏตัวบนดาวขยะโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
ฝูงแมลงทะลักเข้ามาจนบดบังท้องฟ้า
นั่นเป็นครั้งแรกที่จู่เซิ่งอี้เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดแห่งโลกอวกาศ มันทั้งเหม็นคาว ดุร้าย และไร้สติ
เธอถือกระบี่ยาวที่ทำขึ้นเองไล่ฆ่าพวกมันไปไม่น้อย
ต่อมาเธอหิวจนไม่มีแรงจริง ๆ ขณะกำลังคิดอยู่ว่าแมลงพวกนี้เอาไปย่างกินได้ไหม ในที่สุดกองทัพก็มาถึง
ผู้ที่นำทีมช่วยเหลือมาก็คือกองทัพที่หนึ่งของจู่ยวนหลาน
ผู้รอดชีวิตทั้งหมดถูกพาตัวไปตรวจหาการปนเปื้อนทางพันธุกรรมพร้อมกัน ใครจะคิดว่าแค่ตรวจครั้งเดียวจะพบเรื่องใหญ่โตเข้าให้
ลำดับพันธุกรรมของเธอเข้ากันได้กับจู่ยวนหลานในระดับสูง!
เมื่อสิบแปดปีก่อน จู่ยวนหลานคลอดก่อนกำหนดโดยไม่คาดคิดระหว่างปฏิบัติภารกิจที่ดาวชายแดน พอดีกับที่ศัตรูบุกโจมตี ระบบของโรงพยาบาลสนามก็ล่ม
ท่ามกลางความโกลาหล ลูกสาวแท้ ๆ ของตระกูลจู่ถูกสลับกับลูกสาวของผู้ลี้ภัยที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร
เด็กหญิงที่ถูกสลับตัวชื่อจู่จั๋วเหยว
ตอนนี้เธอใช้ชีวิตอยู่บนดาวกลางพร้อมทรัพยากรชั้นเลิศ สมรรถภาพร่างกายระดับ A พลังจิตระดับ S เป็นอัจฉริยะสาวผู้โดดเด่นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในสาขาบัญชาการของโรงเรียนทหารกลาง
ส่วนจู่เซิ่งอี้หลังจากกลับบ้านก็เข้ารับการทดสอบเช่นกัน
ทั้งสมรรถภาพร่างกายและพลังจิตล้วนอยู่ระดับ C
การแบ่งระดับในโลกอวกาศเรียบง่ายและตรงไปตรงมากว่าแดนนักบำเพ็ญมาก เรียงจากสูงไปต่ำคือ SSS, SS, S, A, B, C, D, E และ F
แต่ตลอดสองร้อยปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครได้ระดับ SSS หรือระดับ SS เลย
ระดับ C ไม่ใช่ระดับที่แย่ที่สุด แต่สำหรับตระกูลจู่ที่ไม่เคยมีใครต่ำกว่าระดับ A ก็ถือว่าไร้ประโยชน์มากแล้ว
....
สองชั่วโมงต่อมา ยานอวกาศอัจฉริยะก็จอดอยู่นอกประตูโรงเรียนทหารกลาง
วันนี้เป็นวันลงทะเบียนของนักศึกษาใหม่ นอกโรงเรียนทหารกลางมียานอวกาศหลากหลายรูปแบบจอดเต็มไปหมด ผู้คนแน่นขนัด
นักศึกษาใหม่สวมเสื้อผ้าหลากหลายแบบ ส่วนใหญ่มีครอบครัวติดตามมาด้วย หุ่นยนต์ขนสัมภาระหลายตัวเดินสวนไปมาท่ามกลางฝูงชน
จู่เซิ่งอี้ก้าวลงจากยานด้วยผมสีแดงที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย
สีผมของเธอได้มาจากพ่อแท้ ๆ เป็นสีแดงมาตั้งแต่เกิด ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนก็ไม่มีทางซ่อนตัวได้
เธอเงยหน้ามองประตูโรงเรียนทหารกลาง
ประตูโลหะสีดำสูงถึงร้อยเมตร ตรงกลางแขวนตราสัญลักษณ์โรงเรียนสีเงินขาวไว้
จู่เซิ่งอี้ลากกระเป๋าเดินทาง เดินตามป้ายบอกทางไปยังจุดลงทะเบียนนักศึกษาใหม่
จุดลงทะเบียนแบ่งออกเป็นเจ็ดช่องทาง
สาขาเมค่า สาขาบัญชาการ สาขาทหารเดี่ยว และสาขาวิจัยอุตสาหกรรมการทหารมีคนแน่นที่สุด
คนในสาขาสนับสนุน สาขาการแพทย์ และสาขาข่าวกรองมีน้อยกว่า
แต่ก็ยังต่อแถวยาวเหยียด
จู่เซิ่งอี้เหลือบมองแถวของสาขาสนับสนุน แล้วหันไปมองช่องบริการข้าง ๆ ที่มีป้ายเขียนว่า “ช่องทางพิเศษ”
หน้าช่องทางพิเศษไม่มีใครยืนอยู่เลย
เธอลากกระเป๋าเดินเข้าไป
อาจารย์ที่อยู่หลังช่องบริการกำลังก้มหน้าจัดการเอกสาร พอได้ยินเสียงก็พูดโดยไม่เงยหน้าว่า “ช่องทางพิเศษรับเฉพาะบุตรของผู้เสียสละ ผู้ได้รับการคัดเลือกพิเศษจากผลงานทางทหาร และนักศึกษาใหม่ที่มีระดับ S ขึ้นไปเท่านั้น”
“ใช่ค่ะ ฉันเข้าเกณฑ์ข้อหนึ่ง” จู่เซิ่งอี้ตอบหน้าตาเฉย
อาจารย์เงยหน้าขึ้น
เด็กสาวตรงหน้ามีผมแดงสดโดดเด่น ใบหน้าสวยสะดุดตา แต่ท่ายืนกลับเฉื่อยชา ดูไม่ค่อยเรียบร้อยนัก
อาจารย์ที่ทำงานมาหลายสิบปีสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของตัวป่วน
“รหัสประจำตัว”
จู่เซิ่งอี้บอกรหัสตัวเลขชุดหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว
อาจารย์กรอกรหัสประจำตัวลงไป ข้อมูลที่เกี่ยวข้องก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอตรงหน้า
ชื่อ: จู่เซิ่งอี้
อายุ: 18 ปี
สมรรถภาพร่างกาย: C
พลังจิต: C
สาขาที่รับเข้า: สาขาสนับสนุน
อาจารย์เงียบไปสองวินาที “เธอเข้าเกณฑ์ข้อไหน?”
จู่เซิ่งอี้ตอบว่า “นักศึกษาใหม่ค่ะ”
“ไปต่อแถวเดี๋ยวนี้!”
“...ได้ค่ะ”
หลอกอาจารย์ไม่สำเร็จ จู่เซิ่งอี้จึงเดินไปต่อแถวช่องทางของสาขาสนับสนุนอย่างว่าง่าย แม้จะดูผิดหวังอยู่บ้าง
เธอหยิบแท่งอาหารสังเคราะห์รสเนื้อวัวออกมาจากกระเป๋าเสื้ออีกแท่ง แล้วขยับตามแถวไปทีละนิดด้วยอาการง่วงงุน จู่ ๆ ก็ได้ยินคนข้าง ๆ พูดถึง “ตระกูลจู่” “ลูกสาวแท้กับลูกสาวปลอม” และ “ระดับ C”
เธอรีบเงี่ยหูฟังทันที
