โจขวดเห็นธงของกองกลางที่อยู่ไกลออกไปเริ่มเคลื่อนขยับ มีกองทหารม้ากองหนึ่งกำลังโอบล้อมเข้ามาทางนี้ กะคร่าว ๆ น่าจะมีสามถึงห้าพันคน
“ถอย!” โจขวดกระชากบังเหียนหันหัวม้า ปลายหอกเหล็กคู่กายกวาดใส่ทหารซีเหลียงที่พุ่งเข้ามา ก่อนตะโกนใส่เซี่ยเหวยตุน
เซี่ยเหวยตุนไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบตามเขาถอยกลับไป
ทหารม้าฝีมือดีแปดร้อยนายเสียหายไปเกือบสามส่วน แต่ปีกซ้ายของทหารซีเหลียงก็ถูกตีจนปั่นป่วน อย่างน้อยรถบรรทุกเสบียงหลายสิบคันถูกพลิกคว่ำลงกับพื้น เสบียงอาหารกระจายเกลื่อน
โจโฉรับพวกเขากลับมาจากกองหลัง
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
“สู้ได้ แต่ตีฝ่าไปต่อไม่ไหว” โจขวดพลิกตัวลงจากม้า ยกมือเช็ดเหงื่อกับเลือดบนใบหน้า “พวกเขามีคนมากเกินไป ข้าบุกเข้าไปตีพวกมันแตกกระเจิงได้ระลอกหนึ่ง แต่คนข้างหลังก็รีบเข้ามาอุดช่องทันที
“ถ้าบุกลึกเข้าไปกว่านี้ คนของเราคงถูกล้อมอยู่ข้างใน”
โจโฉพยักหน้า คิ้วขมวดแน่น
เขากำลังจะพูดอะไรต่อ จู่ ๆ เสียงแตรสัญญาณก็ดังสนั่นมาจากค่ายทหารซีเหลียงเบื้องหน้า เสียงกีบม้าที่กระหน่ำถี่รัวดุจฟ้าร้องครืนดังขึ้นจากพื้นดิน
โจขวดหันกลับไปทันที เห็นประตูค่ายเปิดกว้าง กองทหารม้าดำทะมึนกำลังพุ่งตรงมาทางนี้ จำนวนอย่างน้อยก็มีหมื่นนาย
“พ่อ! ถอย! รีบถอย!”
โจโฉไม่ลังเล บิดหัวม้าพลางตะโกนเสียงดัง “กองหลังเปลี่ยนเป็นกองหน้า! ถอย!”
ทหารกว่าหมื่นนายรีบหันกลับอย่างลนลาน ถอยไปทางตะวันออก
ทหารม้าซีเหลียงไล่ตามมาด้านหลังเกือบสิบลี้ โจขวดนำคนคอยสกัดท้ายกอง ถอยพลางสู้ พลางตีโต้การบุกหยั่งเชิงของอีกฝ่ายได้ถึงสามครั้ง
