คืนนั้น ภายในจวนตระกูลชุยมีการจัดโต๊ะสุราอีกครั้ง
คนสิบกว่าคนนั่งล้อมโต๊ะยาว ต่างคนต่างมีความคิดของตนเอง
ชุยหงนั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธาน สีหน้าหม่นหมอง ใต้ตาคล้ำเป็นวง เขากวาดตามองทุกคนที่นั่งอยู่ ตระกูลชุย ตระกูลเจิ้ง ตระกูลหลู ตระกูลหวัง ตระกูลเซี่ย ห้าสกุลใหญ่เจ็ดตระกูลผู้สูงศักดิ์มาถึงสี่ตระกูลแล้ว อีกทั้งยังมีประมุขตระกูลขนาดกลางอีกหลายคนอยู่ที่นี่ด้วย
ชุยหงเอ่ยขึ้นก่อนว่า “เรื่องในท้องพระโรงวันนี้ ทุกท่านล้วนเห็นแล้ว ข้าชุยหงสูญเสียบุตรชายไปสองคน ข้ากล่าวโทษฉินหวยจิ่นต่อหน้าท้องพระโรง แต่พวกท่านกลับไม่มีใครออกมาพูดสักคน ฉางซุนอู๋จี้ ฝางเสวียนหลิง ตู้หรูฮุ่ย เฉิงเหย่าจิน และอวี้ฉือกง พวกเขาปกป้องฉินหวยจิ่น ข้ายอมรับได้ แต่พวกท่านเล่า? มิใช่ตกลงกันแล้วหรือว่าตระกูลผู้ดีเป็นหนึ่งเดียว ร่วมทุกข์ร่วมสุข แล้วเหตุใดวันนี้พวกท่านจึงไม่ออกหน้ากัน?”
เจิ้งป๋อเหยียนวางจอกสุราในมือลง มองชุยหง “พี่ชุย ท่านกล่าวว่าตระกูลผู้ดีเป็นหนึ่งเดียว ข้าเห็นด้วยกับคำนี้ แต่พวกเรากับฉินหวยจิ่นมิได้มีความแค้นถึงตายเสียหน่อย แม้พวกเราจะไม่เกรงกลัวหลี่ซื่อหมินกับฉินฉง แต่กระต่ายที่ถูกต้อนจนจนมุมยังหันมากัดคนได้ ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายยังเป็นมังกรดุร้ายกับพยัคฆ์เกรี้ยวกราดเสียด้วย”
ชุยหงขมวดคิ้ว “พี่เจิ้ง หากไม่ฉวยโอกาสตอนที่เขายังเติบโตไม่เต็มที่ กำจัดเขาเสียตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งตัว แล้วเคยคิดหรือไม่ว่าวันนี้เป็นตระกูลชุย พรุ่งนี้ก็อาจเป็นตระกูลเจิ้งของพวกท่าน ท่านต้องรู้ไว้ว่า หลี่ซื่อหมินได้ยกธิดาให้ฉินหวยจิ่นแล้ว นั่นหมายความว่าเขาย่อมเป็นศัตรูของพวกเรา หาใช่มิตรไม่”
หลูหยวนตู้กลับยิ้มกล่าวว่า “ก็ไม่แน่หรอก! หรือมีเพียงหลี่ซื่อหมินที่มีธิดา? ตระกูลผู้ดีอย่างพวกเราไม่มีธิดากันหรือ? อีกอย่าง ท่านรู้แน่ชัดแล้วหรือว่าฉินหวยจิ่นมีไพ่ตายอะไร ถึงได้เร่งลากพวกเราไปร่วมต่อต้านเขาเช่นนี้?”
ชุยหงกล่าวอย่างขุ่นเคือง “พวกท่านสายตาสั้นกันถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ธิดาสายตรงของตระกูลผู้ดีมีค่าถึงเพียงใด จะนำไปใช้ผูกมัดคุณชายเจ้าสำราญเช่นนั้นหรือ?”
