“เหลวไหลยิ่งนัก มารดากลับใจเหี้ยมถึงเพียงนี้ได้อย่างไร”
อาจารย์หยวนตบฝ่ามือลงบนโต๊ะหนังสือ พู่กันกลิ้งไปหนึ่งรอบจนเกือบตก กู้หรูหลี่จึงรีบก้าวเข้าไปรับไว้
“การบ้านของศิษย์เมื่อวานยังทำไม่เสร็จ ขออาจารย์โปรดลงโทษด้วย”
เมื่อวานกู้หรูหลี่ยุ่งจนดึกดื่น ทั้งยังหมดอารมณ์จุดตะเกียงทำการบ้าน จึงคิดไว้แต่เช้าแล้วว่าจะมาขอรับโทษ
“มีเหตุจำเป็น ย่อมโทษเจ้าไม่ได้”
“ต้องพักสักสองวันหรือไม่?”
กู้หรูหลี่ปฏิเสธ “ในบ้านมีคนคอยดูแล หากข้าอยู่บ้านกลับจะเกะกะเสียเปล่า สู้ตั้งใจร่ำเรียนให้ขยันขันแข็ง รอวันมีความก้าวหน้า จะได้เป็นที่พึ่งให้ครอบครัวดีกว่า”
หากเขาสอบได้ตำแหน่งบัณฑิตแล้ว ก็ไม่เชื่อว่านางเฒ่าหลิวจะยังกล้ากำเริบเสิบสานเช่นนี้
อาจารย์หยวนพยักหน้าด้วยความพอใจ นี่ก็เป็นเหตุผลที่เขาชอบกู้หรูหลี่ ไม่หวั่นไหวเพราะสิ่งภายนอก จิตใจแน่วแน่
“แต่หากสถานการณ์ในบ้านดีขึ้นแล้ว ขออาจารย์อนุญาตให้ศิษย์หยุดเรียนสักวัน”
“เพื่อการใด?”
กู้หรูหลี่หรี่ตาลงเล็กน้อย “ศิษย์ไม่ปิดบังอาจารย์ ตระกูลกู้ของเราไม่หาเรื่องผู้ใด แต่ก็ไม่กลัวเรื่องใด เรื่องนี้จำต้องไปคิดบัญชีกับตระกูลเฉิน”
อาจารย์หยวนไม่คิดว่าเด็กอายุเพียงไม่กี่ขวบจะช่วยอะไรได้ในเรื่องเช่นนี้ จึงตอบรับคำขอลาหยุดของกู้หรูหลี่ทันที
ตระกูลกู้
หลังจับชีพจรแล้ว ท่านหมอหวังก็กล่าวเนิบช้า “ฮูหยินท่านนี้พ้นขีดอันตรายชั่วคราวแล้ว แต่หลังจากนี้ต้องบำรุงร่างกายให้ดี”
“ขอบพระคุณท่านหมอหวังที่ช่วยชีวิต” กู้เอ้อร์หลางคุกเข่าลง โขกศีรษะขอบคุณ
ท่านหมอหวังพยุงกู้เอ้อร์หลางขึ้น “ร้านยาไม่มีคนดูแลไม่ได้ ข้าจะทิ้งยาไว้ให้หลายเทียบ กินหมดแล้วค่อยมาเอาเพิ่ม”
“คุณหนูของเจ้าต้องฝังเข็มต่ออีกหลายวัน ช่วงนี้เจ้าพานางไปให้ข้าตรวจที่เมืองชิงซานเถิด คนไข้ของข้ามีมาก ไม่อาจอยู่ที่นี่นาน”
ก่อนจากไป ท่านหมอหวังฝังเข็มให้ยวี่ฮุ่ยอีกครั้ง และทิ้งยาไว้ให้อีกหลายเทียบ
