ระหว่างทาง ป้าจ้าวดึงมืออู๋ซื่อไว้ พลางลดเสียงถามว่า “เหตุใดจึงให้ตระกูลหวังขึ้นเขามาด้วย?”
“ท่านลุงหวังให้คนที่บ้านหยิบยืมเงินไปบ้าง ท่านพ่อสามีจึงจดจำบุญคุณของท่านลุงหวังไว้”
ป้าจ้าวได้ยินดังนั้นก็เกือบร้องเสียงหลง “ยืมเงินหรือ? หรือว่าพวกเจ้าจะส่งซั่วจื่อเรียนหนังสือจริง ๆ?”
แม้ป้าจ้าวจะข่มเสียงลงในท้ายที่สุด แต่หยางซื่อที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยังได้ยิน
“ท่านป้า บ้านข้าตัดสินใจส่งซั่วจื่อเรียนหนังสือแล้วจริง ๆ”
“ไม่ได้!” ป้าจ้าวขึ้นเสียง
คนจากหลายครอบครัวต่างหันมามอง อู๋ซื่อดึงแขนป้าจ้าวเบา ๆ ครั้นเห็นลูกเขยคนโตหันมามองด้วย ป้าจ้าวจึงฝืนยกมุมปากยิ้มอย่างไม่ยิ้ม
“กลับไปแล้วข้าจะค่อย ๆ เล่าให้ฟัง เรื่องนี้เจ้าอย่าเพิ่งรับปาก”
อู๋ซื่อไม่กล้าบอกมารดาว่าตนรับปากเรื่องให้ซั่วจื่อเรียนหนังสือไปแล้ว
หลังจากกู้ต้าหลางกับพวกเดินไปได้ไม่นาน กู้หรูหลี่ก็แบกสมุนไพรขึ้นหลัง เดินไปเมืองชิงซานพร้อมบิดามารดาและพี่สาม
“ท่านพ่อ ท่านแม่ เหตุใดไม่ขึ้นเกวียนวัวเล่า?” กู้ซานหลางที่แบกตะกร้าใบใหญ่ไว้ทั้งหน้าและหลังถามอย่างหอบเหนื่อย
นางเฒ่าหวังก็แบกตะกร้าใบใหญ่ไว้บนหลัง หอบหายใจแผ่วเบา “จะมีเงินมากมายปานนั้นได้อย่างไร อีกอย่างพวกเรามีตะกร้าหลายใบ ขึ้นเกวียนวัวก็ต้องจ่ายเหรียญทองแดงไม่น้อย”
กู้ซานหลางยกน้ำดื่มอึกใหญ่ ก่อนก้าวเดินอย่างยากลำบาก
เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเหตุใดตนจึงต้องกระตือรือร้นมาทำเรื่องที่เหนื่อยเปล่าและไม่ได้ประโยชน์เช่นนี้
ขายสมุนไพรได้ก็ไม่มีส่วนแบ่งให้เขา ทั้งยังต้องแบกสมุนไพรมากมายจากหมู่บ้านมายังเมืองชิงซาน
“น้องเล็ก วันหน้าเมื่อเจ้าได้เป็นขุนนาง อย่าลืมหางานดี ๆ ให้พี่สามสักตำแหน่ง”
“เพียะ!”
กู้ซานหลางถูกกู้เหล่าโถวตบศีรษะไปทีหนึ่ง “แค่ให้เจ้าลงแรงทำงานสักหน่อย เจ้าก็เรียกร้องผลประโยชน์แล้ว มีพี่ชายที่ไหนทำตัวเช่นเจ้า?”
