“คุณชายตามสบาย ที่นั่นเป็นที่วางหนังสือสำหรับเริ่มเรียนขอรับ” เถ้าแก่ยกมือชี้บอก
กู้หรูหลี่กล่าวขอบคุณด้วยสีหน้าเป็นปกติ ก่อนพาพี่สามไปยังที่วางหนังสือ
ที่บ้านมีหนังสือพันอักษรกับหนังสือสามอักษรอยู่แล้ว คราวนี้กู้หรูหลี่จึงอยากอ่านเล่มอื่นบ้าง พอจดจำได้แล้วค่อยกลับไปท่องเขียนใหม่
ภายหน้าหากได้เข้าเรียนในสำนักศึกษา ก็ไม่ต้องซื้อหนังสืออีก ประหยัดเงินได้บ้าง แม้จะเปลืองพู่กัน หมึก และกระดาษ แต่ก็ยังถูกกว่าซื้อหนังสือโดยตรง
หนังสือบางเล่มในร้านนี้เปิดอ่านได้ กู้หรูหลี่พลิกอ่านอย่างรวดเร็ว ส่วนกู้ซานหลางยืนเงียบ ๆ อยู่ด้านหลัง มองน้องชายตั้งใจอ่านอย่างสงบแล้วก็ฉีกยิ้ม
น้องชายเก่งจริง ๆ อ่านได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ทั้งยังจดจำได้อีก
ทั้งที่ไม่มีอาจารย์ชี้แนะ หากน้องชายได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาแล้วจะเก่งกาจเพียงใด กู้ซานหลางไม่กล้าคิดเลย เขายืดอกขึ้นเล็กน้อย น้องชายของกู้ซานหลางย่อมเก่งที่สุด
เสี่ยวเอ้อที่กำลังกวาดฝุ่นเดินเข้าไปหาเถ้าแก่
“เถ้าแก่ คุณชายน้อยผู้นั้นดูออกว่าเสแสร้งทำเป็นรู้หนังสือ ทั้งยังไม่มีเงิน เหตุใดท่านจึงใจดีให้เขาเข้าร้านเราขอรับ?”
เขาอยู่ในร้านหนังสือมานาน ไม่เคยเห็นคุณชายคนใดอ่านหนังสือได้รวดเร็วเช่นนั้น
“เปิดประตูต้อนรับแขก คุณชายน้อยผู้นั้นเพิ่งซื้อหนังสือสามอักษรกับพู่กัน หมึก กระดาษ และของใช้สำหรับอ่านเขียนจากร้านเราไปไม่นาน คิดว่าภายหน้าคงเป็นลูกค้าของเราอีก”
“อีกอย่าง การผูกไมตรีกับผู้อื่นย่อมเป็นการสร้างบุญสัมพันธ์ ใครจะรู้ว่าบัณฑิตเหล่านี้ภายหน้าจะมีวาสนาเช่นไร”
ไม่จำเป็นต้องมีเรื่องบาดหมางกับอีกฝ่ายเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้น หากเขาคาดไม่ผิด ไม่ว่าคุณชายน้อยผู้นี้จะมีพรสวรรค์เพียงใด ภายหน้าก็ต้องเป็นลูกค้าประจำของร้านหนังสือแน่
