วันรุ่งขึ้น ฟ้ายังไม่ทันสาง ตาเฒ่ากู้ก็ไปเรือนรองเพื่อเอากระด้งและข้าวของที่จะนำไปขาย
จู่ ๆ ตาเฒ่ากู้ก็จ้องตะกร้ารูปทรงแปลกตาแล้วเอ่ยว่า “โอ้ ตะกร้าใบนี้รูปทรงประณีตไม่เบา”
“ซ่วนจื่อเป็นคนคิดแบบตะกร้าใบนี้ขอรับ ดูดีกว่าที่ข้าเคยสานเสียอีก” กู้เอ้อร์หลางยิ้มซื่อ ๆ พลางส่งของให้บิดา
“ถึงจะดูดี แต่เหมือนจะใส่ของได้น้อยกว่าตะกร้าใบใหญ่ ไม่รู้ว่าจะขายออกหรือไม่ รูปแบบเช่นนี้คงสานยากกว่าตะกร้าทั่วไปกระมัง” ตาเฒ่ากู้จัดของที่จะนำไปขาย พลางรู้สึกกังวลอยู่บ้าง
ตะกร้าใบนี้สานยากกว่าใบก่อน ๆ มาก จะขายถูกก็ไม่ได้ แต่หากตั้งราคาแพง ใครจะมีเงินเหลือเฟือมาซื้อตะกร้าที่ดูดีแต่ใช้ประโยชน์ไม่คุ้มกันเล่า?
“ย่อมเปลืองแรงกว่าตะกร้าทั่วไปอยู่บ้าง แต่พอชำนาญแล้วก็สานได้เร็ว ท่านพ่อ ซ่วนจื่อบอกว่าจะร่วมมือกับข้าสานตะกร้าขาย”
เมื่อนึกถึงน้องชายตัวน้อยที่ทำหน้าจริงจังพูดเรื่องร่วมมือกัน กู้เอ้อร์หลางก็อดขบขันไม่ได้
แต่น้องชายคนนี้เติบโตมาใต้สายตาเขาตั้งแต่เล็ก กู้เอ้อร์หลางจึงคิดว่าอีกฝ่ายแค่พูดเล่นให้เขาเอาใจ แล้วก็รับปากไปตามเรื่อง
“มิน่าเมื่อวานถึงดึงดันจะไปตลาดกับข้า เด็กคนนี้นี่” ตาเฒ่ากู้หัวเราะเบา ๆ
ตาเฒ่ากู้หอบข้าวของออกจากบ้าน ก็เห็นบุตรชายคนเล็กกำลังหาวหวอด นั่งยอง ๆ อยู่บนธรณีประตู
พอเห็นบิดาออกมา กู้หรูหลี่ก็ลุกขึ้น ท่ามกลางสายตาห่วงใยของนางเฒ่าหวัง ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังเมืองชิงซาน
“ซ่วนจื่อ ให้พ่ออุ้ม” ตาเฒ่ากู้พูดพลางอุ้มกู้หรูหลี่ขึ้นมาแนบอก
ตาเฒ่ากู้แบกข้าวของกองโต ทั้งสองมือยังหิ้วตะกร้าไม้ไผ่และของอื่น ๆ ไว้ กู้หรูหลี่จึงรีบบอกให้บิดาวางเขาลง
เมื่อเขายืนกราน ตาเฒ่ากู้ก็วางเขาลงในที่สุด
“จากหมู่บ้านไปถึงตลาดใช้เวลาเดินราวครึ่งชั่วยาม หากเหนื่อยก็จงบอกพ่อ”
“อืม ท่านพ่อ ข้าจะบอก” กู้หรูหลี่พยักหน้าอย่างหนักแน่น ทว่าภายในใจมีแผนไว้แล้ว
