“ท่านปู่ ท่านย่า ข้าไม่รีบร้อน ให้ท่านอาเล็กไปเรียนหนังสือก่อนเถิด”
กู้เฉาเอ๋อร์กล่าวจบ กู้สื่อโถวก็เอ่ยคล้อยตาม
ตาเฒ่ากู้กับนางเฒ่าหวังมองหลานสาวและหลานชายด้วยความพึงพอใจ ครอบครัวควรปรองดองกันเช่นนี้จึงจะถูก
อู๋ซื่อใช้เท้าเตะบุตรสาวสองสามครั้ง เมื่อเห็นว่าบุตรสาวยังคงเงียบ นางจึงได้แต่ถอยกลับไปอย่างผิดหวัง
“เฉาเอ๋อร์กับสือโถวเป็นเด็กดี ต่างจากบางคนที่คิดเล็กคิดน้อย ตระกูลกู้ของเราต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ชีวิตจึงจะรุ่งเรืองขึ้นทุกวัน” นางเฒ่าหวังยิ้มพลางมองหลานสาวและหลานชาย ก่อนจะเหลือบมองอู๋ซื่อกับหยางซื่อ
“พวกเจ้าทั้งสองมีน้ำใจ ท่านอาเล็กของพวกเจ้าจะจดจำความดีนี้ไว้”
ตาเฒ่ากู้กวาดตามองคนรอบข้าง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ซั่วจื่อเป็นเด็กที่รู้ความ ไม่ใช้เงินส่วนกลางไปเรียนหนังสือ พวกเจ้าที่เป็นพี่ชายพี่สะใภ้ก็ต้องเอ็นดูน้องชาย”
“หากไม่ใช่เพราะซั่วจื่อ พวกเจ้าจะรู้หรือว่าสมุนไพรเอาไปขายแลกเงินได้?”
กู้ซานหลางรีบกล่าวรับว่า “ใช่แล้ว สมุนไพรขายได้เงินก็เป็นความดีความชอบของซั่วจื่อ สมควรให้ซั่วจื่อได้เรียนหนังสือ”
กู้เอ้อร์หลางมองกู้ซานหลางเช่นนั้น ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงยิ้มเออออด้วย
บ้านรองกับบ้านสามต่างเห็นด้วย ส่วนสามีภรรยาบ้านใหญ่สุดท้ายก็พยักหน้าตาม
เรื่องจึงตกลงกันตามนี้ เงินสองร้อยกว่าเหวินนั้น สุดท้ายก็จะนำไปเป็นค่าเล่าเรียนของกู้หรูหลี่
เมื่อเห็นบรรยากาศในห้องอึดอัด กู้ซานหลางจึงชวนคนในครอบครัวพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นนอกสำนักศึกษา
ครั้นได้ยินว่าซั่วจื่อถูกรังแกจากบรรดาศิษย์ในสำนักศึกษา สีหน้าของคนตระกูลกู้ก็ไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะตาเฒ่ากู้กับนางเฒ่าหวังผู้เป็นบิดามารดา ยิ่งทั้งสงสารบุตรชายและปวดใจ
