“เมื่อหลายวันก่อน ข้าจัดเก็บข้าวของแล้วพบว่าหนังสือเล่มนี้ถูกแมลงกัดแทะ จึงมอบให้เจ้า”
เห็นกู้หรูหลี่ไม่ยอมรับ แววตาหยวนซิวเหวินก็ยิ่งเคร่งขรึมขึ้นหลายส่วน “อย่างไร? รังเกียจหรือ?”
“มิใช่ขอรับ ท่านอาจารย์ หนังสือมีค่า ข้าน้อยมิได้มีคุณความดีอันใดคู่ควร...”
หากเขามองไม่ผิด นี่คือคัมภีร์พันอักษร เมื่อหลายวันก่อนเขากับบิดาไปถามราคาที่ร้านหนังสือมาแล้ว ขายอยู่เล่มละ 182 อีแปะ
แม้หนังสือเล่มนี้จะไม่ใหม่เท่าหนังสือในร้าน แต่ดูจากภายนอกก็ไม่ได้เสียหายมากนัก
ไม่ว่ากู้หรูหลี่จะปฏิเสธอย่างไร อาจารย์หยวนก็ไม่ยอมรับฟัง ใบหน้าเดิมที่เย็นชาพลันเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม กู้ซานหลางเห็นแล้วใจพลันกระตุกวูบ
น้องชายอย่าเพิ่งก่อเรื่องกับอาจารย์ ทั้งที่ยังไม่ได้เข้าเรียนเชียว กู้ซานหลางฝืนยิ้มอย่างยากลำบาก กำลังจะเอ่ยปาก ทว่าอาจารย์หยวนเหลือบมองมา เขาจึงรีบสงบปาก ยืนอยู่ด้านหลังน้องชาย
เขาไม่เคยเห็นแววตาที่น่ากลัวถึงเพียงนี้มาก่อน
“นี่เป็นหนังสือสำหรับเด็กเล็กใช้เริ่มเรียนหนังสือ ข้าเห็นว่าเจ้าท่องคัมภีร์พันอักษรได้แล้ว ท่องจำได้แต่ไม่รู้จักตัวอักษรย่อมไม่ได้ หากมีเรื่องใดไม่เข้าใจ ก็มาถามข้า”
กล่าวจบ อาจารย์หยวนก็ยัดคัมภีร์พันอักษรในมือใส่มือกู้หรูหลี่อย่างแข็งกร้าว ก่อนจะไพล่มือไว้ด้านหลังแล้วเดินเข้าไปในสำนักศึกษา
“ปัง!”
ประตูปิดลงอย่างแรง ในตรอกเหลือเพียงสองพี่น้องตระกูลกู้
กู้ซานหลางมองประตูสำนักศึกษาที่ปิดสนิท แล้วกระซิบว่า “น้องสี่ อาจารย์โกรธหรือไม่?”
กู้หรูหลี่มองหนังสือในมือ ยิ้มบาง ๆ “จะเป็นไปได้อย่างไร อาจารย์หยวนเพียงมีสีหน้าเย็นชา แต่จิตใจเมตตา”
สำหรับตระกูลกู้แล้ว หนังสือเล่มนี้นับว่าราคาแพงลิบลิ่ว มีเพียงปกที่ถูกแมลงกัดเป็นรูเล็ก ๆ หนึ่งสองรู กู้หรูหลี่พลิกดูอย่างรวดเร็ว เนื้อหาด้านในไม่ได้ถูกกัดเสียหาย
