เย็นวันเสาร์ ผืนทะเลถูกแสงอาทิตย์ยามอัสดงฉาบเป็นสีทองระยิบระยับ
เรือซิงหลานจอดอยู่ที่ท่าเรือส่วนตัว ลำเรือสีขาวบริสุทธิ์ทอดเส้นโค้งงดงามท่ามกลางแสงสนธยา
แสงไฟบนดาดฟ้าเริ่มสว่าง ลมทะเลพัดพากลิ่นเค็มจาง ๆ ปะทะใบหน้า ขณะที่เส้นขอบฟ้าของเมืองไกลออกไปค่อย ๆ จมหายสู่ความมืด
ไป๋เถาเดินตามเจียงเหมียนเหมียนขึ้นเรือ ก่อนจะชะลอฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว
เรือยอชต์ลำนี้ใหญ่กว่าที่เธอจินตนาการไว้เสียอีก ภายในปูพรมสีเทาอ่อนนุ่มละมุน โคมระย้าคริสตัลห้อยลงมาจากเพดานสูง สะท้อนประกายระยิบระยับบนพื้นผิวโลหะรอบด้าน
กลางเรือมีโต๊ะตัวยาวตั้งอยู่ ส่วนในครัวแบบเปิด เชฟจากร้านอาหารระดับสามดาวมิชลินกำลังนำทีมเตรียมอาหารค่ำ
เจียงเหมียนเหมียนลดเสียงลง “นี่คือการสังสรรค์ธรรมดา ๆ ของคนรวยเหรอ?”
ไป๋เถาดึงมือเธอเบา ๆ เป็นเชิงบอกให้พูดเสียงค่อย
คืนนี้เธอสวมเดรสยาวสีฟ้าอ่อน ดีไซน์เรียบง่าย สายเดี่ยวเส้นบางขับให้ช่วงไหล่และลำคอดูบอบบาง ที่คาดผมสีเดียวกันรวบผมยาวนุ่มสลวยไว้
เมื่อลมทะเลพัดผ่าน ปลายผมก็แนบลงข้างลำคอขาวผ่อง ร่างทั้งร่างของเธอราวกับแสงจันทร์ที่หล่นลงมาในราตรี
เผยจั๋วกำลังคุยกับป๋อฉี่จืออยู่พอดี ครั้นเงยหน้ามาเห็นเธอ คำพูดครึ่งประโยคที่เหลือก็พลันติดอยู่ในลำคอ
สายตาของเขาจับจ้องไป๋เถาอย่างไม่คิดปิดบัง จนเธอถูกมองเสียจนทำตัวไม่ถูก ก้มลงตรวจชายกระโปรงของตัวเอง เขาจึงค่อยเบือนสายตาออกไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้
“พี่จั๋ว” ป๋อฉี่จือมองตามสายตาเขาไป ก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย “จะไม่เก็บสายตาหน่อยเหรอ?”
เผยจั๋วยกแก้วขึ้น จ้องเขาแวบหนึ่งอย่างเฉยชา “ดูแลตัวเองให้ดีก่อนเถอะ”
แขกทยอยมาถึงกันครบ
หลินอิ่งสวมชุดราตรีสีเงินขาว แต่งหน้าอย่างประณีต ผมยาวม้วนเป็นลอนงดงาม ทันทีที่ขึ้นเรือก็เรียกสายตาจากผู้คนไม่น้อย
