“ใครเป็นแฟนคุณ?”
ในที่สุดไป๋เถาก็ถามออกไปจนได้
คลื่นทะเลซัดกระทบลำเรือ เสียงน้ำทุ้มต่ำดังลอดผ่านผนังห้องโดยสารเข้ามา
ข้างโต๊ะยาวที่เมื่อครู่ยังครึกครื้น ตอนนี้เงียบสงัดจนเหลือเพียงเสียงเปียโนที่บรรเลงแผ่วเบาอยู่ในอากาศ
รอยยิ้มบาง ๆ ตรงมุมปากเผยจั๋วค่อย ๆ จางหายไป
เขาจ้องไป๋เถา ดวงตาดำสนิทราวกับถูกปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็ง “พูดอีกทีซิ”
น้ำเสียงของชายหนุ่มเบาเหลือเกิน ทว่ากลับทำให้ทุกคนรอบข้างกลั้นหายใจโดยไม่ได้นัดหมาย
ไป๋เถาหวั่นใจ แต่เธอจะยอมรับความสัมพันธ์ที่ไม่เคยมีอยู่จริงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยได้อย่างไร
เธอกำชายกระโปรงแน่น บังคับตัวเองให้สบตาเขา “คุณต้องเข้าใจผิดแน่ ๆ ฉันไม่ใช่แฟนคุณ”
สีหน้าเผยจั๋วมืดครึ้มลงอย่างสิ้นเชิง
เขากำสร้อยคอเพชรสีชมพูไว้ในอุ้งมือ อ้อมเก้าอี้เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ
ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟบนเพดาน แรงกดดันจึงแผ่ลงมาพร้อมกัน
“คุณเป็นฝ่ายอ้อนวอนขอเป็นแฟนผมเอง” เขาเน้นทีละคำ “ผมอุตส่าห์ยอมตกลง ตอนนี้กลับทำเป็นไม่รู้จักกันหรือไง?”
ไป๋เถาเบิกตากว้าง “ฉันไปอ้อนวอนคุณตอนไหน?”
“ลืมแล้วหรือไงว่าตัวเองพูดอะไรไว้?”
“ฉันไม่เคยพูดสักหน่อย” ไป๋เถาร้อนใจจนเสียงดังขึ้นไม่น้อย
“ถึงคุณจะเป็นเผยจั๋ว ก็ไม่มีสิทธิ์พูดจาเหลวไหลต่อหน้าคนตั้งมากมายแบบนี้”
สิ้นคำพูดนั้น เสียงสูดหายใจเฮือกอย่างกลั้นไม่อยู่ก็ดังขึ้นจากรอบด้าน
คนที่กล้าพูดกับเผยจั๋วแบบนี้ในมหาวิทยาลัยจิงมีอยู่เพียงหยิบมือ
เผยจั้วโกรธจนหัวเราะออกมา เขายื่นมือคว้าข้อมือเธอแล้วดึงให้ขยับเข้ามาหาตัวหนึ่งก้าว “ไป๋เถา ตอนนี้คุณเป็นแฟนผมแล้ว อย่าคิดจะปฏิเสธ”
ฝ่ามือเขาร้อนผ่าว แรงบีบก็หนักจนน่าตกใจ ไป๋เถาดิ้นอยู่สองครั้งแต่ก็ไม่หลุด ขอบตาแดงก่ำขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความอับอายและขุ่นเคือง “ปล่อยฉันนะ”
