พูดก็แล้วไป แต่พอพูดออกมา บรรยากาศในห้องกลับยิ่งกระอักกระอ่วนกว่าเดิม
ป๋อฉี่จือกระแอมเบา ๆ ก่อนส่งสายตาให้เสิ่นโม่ฉือ
ช่วยกู้สถานการณ์ที
เสิ่นโม่ฉือกระแอมเบา ๆ แล้วพูดว่า “ไหน ๆ ก็เจอกันแล้ว กินข้าวด้วยกันเถอะ”
พูดจบ เขาก็ใช้ศอกสะกิดเผยจั๋ว
ในที่สุดเผยจั๋วก็ถอนสายตาจากฟู่หลิน แล้วก้าวเข้าไปข้างใน
“ได้ กินด้วยกัน”
น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง ฟังไม่ออกถึงความเย็นชาเมื่อครู่แม้แต่น้อย
เขาเดินผ่านฟู่หลินไป จับแขนไป๋เถาแล้วดึงเธอมาอยู่ข้างกาย
“เด็กดี ออกมากินข้าวกับพี่ฟู่หลินทั้งที ทำไมไม่เรียกฉันมาด้วยล่ะ ฉันจะได้เลี้ยงเขาพร้อมเธอไง”
เขายื่นมือไปลูบปลายจมูกเธอเบา ๆ ท่าทางเหมือนกำลังบ่นกันตามประสาคู่รักทั่วไป
“คราวหน้าไม่ทำแบบนี้อีกนะ”
เขาไม่รอให้เธออธิบาย เพียงดึงเก้าอี้ออกมานั่ง แล้วดึงเธอมานั่งบนตัก
ไป๋เถาตั้งตัวไม่ทัน หนังสือในมือเกือบหล่น
เธอรีบจับขอบโต๊ะ แล้วคิดจะลุกขึ้นทันที “ฉันนั่งเองได้”
แขนของเผยจั๋วที่โอบเอวเธออยู่ไม่ยอมคลาย
“นั่งดี ๆ ก่อน”
ทุกคนกำลังมองมา ใบหน้าของไป๋เถาร้อนผ่าวด้วยความอับอายและขุ่นเคือง จนแทบพูดไม่ออก
ทั้งที่ข้าง ๆ ก็มีเก้าอี้ว่างอยู่แท้ ๆ
เธอลองลุกอีกครั้ง แต่มือใหญ่ของชายหนุ่มรัดเอวไว้แน่นจนขยับไม่ได้ เมื่อนึกถึงสีหน้าของเขาในตอนนี้ เธอก็ไม่กล้าดิ้นแรงอีก ทำได้เพียงนั่งหลังตรง ก่อนวางหนังสือลงบนโต๊ะ
เจียงเหมียนเหมียนมองแล้วรู้สึกอึดอัดใจ อยากพูดอะไรสักอย่าง ริมฝีปากขยับอยู่สองสามครั้ง แต่ก็เปล่งเสียงไม่ออก
ไป๋เถาเงยหน้ามองเธอ
สายตานั้นไม่มีแววตำหนิ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกแย่ยิ่งกว่าโดนด่าเสียอีก
