เจียงเหมียนเหมียนเองก็มองเห็นเผยจั๋ว ดวงตาพลันเป็นประกายขึ้นมา
“รุ่นพี่เผย มารอพวกเราอยู่เหรอคะ?”
เผยจั๋วยืดตัวตรง สายตาทอดข้ามเธอไปหยุดอยู่ที่ไป๋เถา
“มีธุระจะคุยกับเธอ”
ไป๋เถารู้สึกใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ “มีธุระกับฉันเหรอคะ?”
“อืม”
เผยจั๋วตอบสั้น ๆ เพียงคำเดียว ก่อนหันไปมองเจียงเหมียนเหมียน “รถมาแล้ว อยู่หน้าประตู”
เจียงเหมียนเหมียนมองตามทิศทางที่เขาบอก เห็นรถแท็กซี่คันหนึ่งเปิดไฟฉุกเฉินอยู่
เธอมองเผยจั๋วที มองไป๋เถาที ก่อนกลืนคำถามที่อยากถามลงคออย่างรู้งาน
“งั้นฉันไปก่อนนะ เถาเถา มีอะไรก็ติดต่อฉันทางโทรศัพท์นะ”
ไป๋เถายังไม่ทันได้ตอบสนอง เจียงเหมียนเหมียนก็สะพายกระเป๋าวิ่งออกประตูหมุนไปแล้ว
จนกระทั่งรถแท็กซี่แล่นลับไป ไป๋เถาจึงหันกลับมา “เธอไปแล้ว แล้วเดี๋ยวฉันจะกลับมหาวิทยาลัยยังไงคะ?”
เผยจั๋วพยักเพยิดไปทางถนนด้านหลัง “ไม่ไกล เดินกลับไปสิ”
ไป๋เถาแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
เขานั่งทำตัวเป็นคุณชายอยู่ในห้องส่วนตัวตลอดทั้งคืน ส่วนเธอสวมรองเท้าส้นสูงเรียวแปดเซนติเมตร ถือถาดเดินวุ่นจนแทบหมุนเป็นลูกข่าง ตอนนี้ในที่สุดก็เลิกงานแล้ว เขากลับให้เธอเดินกลับไป
แต่คนตรงหน้าทั้งมีเงินมีอำนาจ แถมอารมณ์ยังคาดเดาไม่ได้ ไป๋เถาจึงได้แต่โกรธแต่ไม่กล้าพูด ทำเพียงสะพายเป้ให้เรียบร้อยแล้วเดินตามเขาไป
ห้าทุ่มแล้ว ถนนสายยาวยามค่ำคืนเงียบสงัด
ใบอู๋ถงริมทางเปียกชุ่มหลังฝนตก แสงไฟนีออนสะท้อนอยู่ในแอ่งน้ำ ก่อนถูกฝีเท้าของทั้งคู่ย่ำจนแตกกระจาย
ลมยามค่ำคืนพัดลอดเข้าปกเสื้อ พาความเย็นชื้นเฉพาะตัวหลังฝนมาแตะผิว
เผยจั๋วเดินไม่เร็ว แต่ไป๋เถาก็ยังเดินตามอย่างยากลำบาก
