เมื่อเห็นนิ้วของเผยจั๋วกำลังจะแตะคำว่า ‘รับสาย’ ไป๋เถารีบหมุนโทรศัพท์หนีทันที
“แม่โทรวิดีโอมา ฉันออกไปรับข้างนอกนะ”
เธอพูดรวดเร็ว อาศัยจังหวะที่มือของเผยจั๋วคลายลงเล็กน้อยลุกจากตักเขา แล้วถือโทรศัพท์เดินออกไป
เก้าอี้ขยับดังเบา ๆ แต่เธอก็ไม่หันกลับมา
กระทั่งออกจากร้านอาหารและมาถึงใต้ต้นไม้ข้าง ๆ เธอถึงกดรับสาย
ใบหน้าของแม่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“ทำไมถึงรับสายช้าจัง?”
“เมื่อกี้เพิ่งได้ยินค่ะ” ไป๋เถาพยายามทำเสียงให้เป็นปกติ ยกโทรศัพท์ขึ้นสูงอีกนิดเพื่อไม่ให้กล้องจับภาพมืออีกข้างที่ยังสั่นเบา ๆ
“กินข้าวหรือยัง?”
“กินแล้วค่ะ”
เพิ่งตอบจบ ปลายจมูกของเธอก็พลันแสบร้อนขึ้นมา
ทางฝั่งหน้าจอ พ่อเองก็โน้มเข้ามาดู ก่อนถามว่าทำไมตอนเที่ยงถึงยังยืนอยู่ข้างนอก แล้วบอกให้เธอหาที่นั่งพักสักหน่อย
เป็นเพียงคำถามธรรมดาสามัญ แต่ไป๋เถากลับไม่อยากขัดจังหวะแม้แต่ประโยคเดียว
เธอขานรับเบา ๆ เงยหน้ามองยอดไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม
แสงแดดยามเที่ยงลอดผ่านช่องใบไม้ลงมา เกิดเป็นเงาแสงพร่างพรายทั่วพื้น
เธออยากคุยกับทางบ้านอีกสักสองสามประโยค แต่ก็กลัวว่าพอเปิดปากแล้วจะซ่อนอารมณ์ไว้ไม่อยู่
“แม่คะ ที่บ้าน...”
ยังพูดไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากด้านหลัง
ไป๋เถาหันกลับไป เห็นเผยจั๋วเดินออกมาจากประตูร้านอาหาร สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที
“พ่อคะ แม่คะ ที่มหาวิทยาลัยยังมีธุระ หนูวางสายก่อนนะคะ ไว้คุยกันคราวหน้า”
พูดจบ เธอก็รีบวางสายวิดีโอ
ตอนเผยจั๋วเดินเข้ามาใกล้ มือทั้งสองข้างที่กำโทรศัพท์ของเธอก็หลบไปไว้ด้านหลังแล้ว
