โจวตู้เจวียนและโจวจงซิ่นสองคนหาที่เงียบ ๆ แห่งหนึ่ง ลดเสียงต่ำลง ถกเถียงกันอย่างละเอียดถึงเรื่องวิธีนำเรือลำใหญ่นี้ออกมา
ผลคือพบว่า การจะหาชายฝั่งสักแห่งที่ไร้ผู้คนและสามารถเทียบท่าเรือใหญ่ได้นั้น แท้จริงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
โดยเฉพาะยามนี้ที่มีผู้คนหลายฝ่ายกำลังจับจ้องเมืองกว่างโข่วซึ่งอยู่ติดชายฝั่งทะเล การจะเนรมิตเรือลำมหึมาที่นับว่าเป็นเรือยักษ์ของแถบนี้ขึ้นมาในที่อันเหมาะสมอย่างลับ ๆ นั้น แท้จริงหาใช่เรื่องง่าย
คิดหาหนทางอย่างไรก็รู้สึกว่ามีช่องโหว่
โจวจงซิ่นถอนหายใจยาว “ข้าว่าเราสองคนยังหัวไม่แหลมพอ หากเป็นไอ้หนุ่มหลิวจิ่งหย่วนผู้มีปัญญาเฉียบแหลมดั่งปีศาจนั่น เขาย่อมมีวิธีที่ลับลวงพรางตาไม่ให้ใครรู้ได้มากมาย น่าเสียดายที่บอกเขาไม่ได้ ได้แต่พวกเราสองคนมานั่งกุมขมับคิดหาทางด้วยกัน เฮ้อ!”
จังหวะนั้นโจวต้าอวี่ซึ่งถูกส่งไปตามก็มาถึงพอดี เขาเพิ่งยื่นหัวเข้ามาใกล้ ได้ยินเรื่องนี้ก็ถามด้วยความสงสัย “หา? คิดหาทางอะไร?”
โจวตู้เจวียนจึงเล่าเรื่องที่ได้เรือมาจากฝั่งยุคใหม่ แต่ไม่รู้จะนำไปถึงชายฝั่งเมืองกว่างโข่วอย่างไรให้ฟัง
โจวต้าอวี่เกาท้ายทอย “ก็ง่ายนิดเดียว พี่สาว เจ้าไปที่ไหนก็ได้ที่เคยไปผ่านมิติลับนั่นได้มิใช่หรือ?
หมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ที่พวกเราเคยหลบลมคราวก่อน เจ้าก็ยังไปรวบรวมของทะเลจากที่นั่นบ่อย ๆ มิใช่รึ?
ผู้คนที่นั่นนิสัยดี ยิ่งกว่านั้นชายฝั่งแถวนั้นก็ทอดยาวและมีคนน้อย เจ้าไปถึงที่นั่นก็นำเรือใหญ่ออกมา ใครจะไปรู้เล่า?
