หมั่นพากเพียรหาเงินให้มากขึ้นอีกนับว่าเป็นหนทางที่ถูกต้อง!
ป้าสวีก็ดีใจยิ่ง นางเอ่ยหยอกว่า “เจ้าซื้อของที่ข้าตั้งมากมายถึงเพียงนี้ เงินที่เจ้าได้จากการขายเห็ดจี๋จงให้ข้า มิถูกข้าหารายได้กลับคืนไปหมดแล้วหรือ?”
โจวตู้เจวียนกลับตอบอย่างจริงจังว่า “คนทั้งครอบครัวข้าล้วนพึ่งพาข้าให้มาซื้อสิ่งเหล่านี้ ภายหน้าอาจยังต้องซื้ออีกมากกว่านี้”
ป้าสวียิ่งปลาบปลื้ม “ข้าจะให้ราคาพิเศษแก่เจ้าแน่!”
ครั้นต่อมาเมื่อได้ฟังโจวตู้เจวียนถามถึงที่ซื้อเครื่องชั่งอิเล็กทรอนิกส์ นางจึงบอกว่าที่บ้านยังมีเครื่องหนึ่งที่ไม่ได้ใช้ พรุ่งนี้จะนำมาติดตัวมอบให้โจวตู้เจวียนเลย มิต้องออกไปซื้อเพิ่มอีกเที่ยว
ขณะที่ร้านสั่งซื้อถุงพลาสติกเข้ามา ก็ถือโอกาสสั่งเพิ่มให้โจวตู้เจวียนด้วย ภายหลังค่อยโอนเงินชำระภายหลัง นับว่าเป็นเรื่องสะดวกมือ
ด้วยประการฉะนี้ เรื่องที่โจวตู้เจวียนจะมาวางแผงขายของในภายหน้าก็ถูกตระเตรียมไว้พร้อมสรรพ
การตั้งแผงขายผักป่าเป็นหนทางหาเงินเพียงหนึ่งเดียวของโจวตู้เจวียนในที่แห่งนี้ บัดนี้ตกลงเป็นที่แน่นอนแล้ว จิตใจของนางจึงสงบลงได้มาก
วันนี้ซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซื้อโต๊ะเก้าอี้ ซื้อข้าวสารแป้งน้ำมัน ค่าเช่าแผงบวกกับค่าเป็นหุ้นส่วนให้โจวหน่วนอวี้ รวมแล้วใช้ไปหนึ่งพันแปดร้อยกว่าอีแปะ บัดนี้ในกระเป๋ายังเหลือสี่พันกว่าอีแปะ
สิ่งของที่นางขาดแคลนมีมากมายเสียจริง ฉะนั้นแม้ดูเหมือนหาเงินได้มาก แต่ก็จับจ่ายรวดเร็วเช่นกัน
โจวตู้เจวียนหยิบมือถือผลไม้ที่เพิ่งซื้อออกมาฟังเวลา โทรศัพท์เคลื่อนที่รายงานเวลาว่าสิบเอ็ดโมงสิบนาที
นางไม่รู้ว่าเป็นยามใดของแคว้นต้าอวี่ เงยหน้าดูแสงตะวัน เห็นเพียงว่าใกล้เที่ยงวันแล้ว
นึกขึ้นได้ว่าคนในบ้านยังรอนางกลับไป จึงเร่งรีบสะพายกระจาดขึ้นหลัง ไปซื้อของสุดท้ายที่ยังซื้อไม่เสร็จ เตรียมตัวกลับ
