ที่แท้ผู้คนที่ตามมาด้านหลังล้วนเป็นชาวบ้านที่ติดตามท่านอาใหญ่และท่านอาสองออกไปรับจ้างสร้างเรือนแก่ผู้อื่น
ทั้งหมู่บ้านหนานหูมีเพียงท่านอาใหญ่ที่เมื่อครั้งยังหนุ่ม ถูกทางบ้านส่งไปเล่าเรียนวิชาช่างก่อสร้างเรือน
ท่านอาใหญ่จึงรวบรวมกำลังคนในหมู่บ้านหนานหูตั้งเป็นคณะช่างขึ้นคณะหนึ่ง ตลอดทั้งเมืองถงฉินและหมู่บ้านโดยรอบรัศมีสิบลี้ แปดหมู่บ้าน ผู้ใดต้องการปลูกเรือนใหญ่อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ล้วนมาเชิญท่านอาใหญ่ทั้งสิ้น
ท่านอาใหญ่ก็จะนำคณะช่างจากหมู่บ้านหนานหูไปทำงาน พอให้มีรายได้พิเศษติดตัวบ้างไม่มากก็น้อย เมื่อเว้นว่างจากฤดูทำนา
คณะช่างหมู่บ้านหนานหูเมื่ออยู่ภายนอกก็สามัคคีกันยิ่ง หากผู้ใดถูกกลั่นแกล้งรังแก ล้วนรวมหัวเข้าช่วยเหลือกัน
มิหนำซ้ำครานี้เป็นครอบครัวของน้องชายร่วมสายเลือดของท่านอาใหญ่ถูกกลั่นแกล้งในเมืองถงฉิน ทุกคนจึงไม่พูดพร่ำทำเพลง ต่างหอบหิ้วเครื่องมือสารพัดวิ่งมาหนุนหลังให้
หากมองไปทางฝั่งยายหยาง มีแต่พวกสวาปามเสพสุข วัน ๆ ไม่รู้จักทำมาหากิน ซูบผอมราวกับท่อนฟืน ใต้ตาคล้ำดำเป็นรอยเขียว
สองฟากเปรียบเทียบกัน ด้านไหนมีอำนาจเหนือกว่า ด้านไหนอ่อนด้อยกว่า เห็นได้ชัดเจนในพริบตา
ยายหยางอดมิได้ที่จะถอยหลังไปสองก้าว แล้วเริ่มตีหน้าซื่อใส่ร้ายป้ายสีว่า “จะเอาอะไรนักหนา พวกเจ้าฮุบร้านค้าไปแล้ว ยังคิดจะอาศัยพวกมากข่มเหงรังแกกันอีกหรือ”
หวังอิงประสานอกทั้งสองข้าง ไม่เพียงไม่แก้ตัว ยังยิ่งเพิ่มเสียงดังขึ้นว่า “ถูกต้อง ตระกูลโจวของเราก็มีคนมากกว่าพวกเจ้าจริง ๆ หากพวกเจ้ากล้าอาจหาญมาหาเรื่องร้านของเรา พวกเราสามารถเรียกระดมคนมามากมายปานนี้ได้ในทันที”
