หลังเจรจาความร่วมมือกับโจวหย่งเจี้ยนสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย ล่วงเข้าสู่วันที่สี่ของการเดินเรือแล้ว
ตามกำหนดการเดินทาง ประมาณมะรืนนี้หรือวันถัดไปก็จะถึงฉยงโจว
ค่ำคืนนั้น โจวตู้เจวียนเรียกหลิวไป๋มาพบตามลำพังที่ห้องน้ำชา ให้โจวต้าอวี่เฝ้าอยู่ด้านนอก หากนางไม่อนุญาตก็มิให้ผู้ใดเข้าใกล้
นับตั้งแต่เริ่มออกเดินทางมา นี่เป็นครั้งแรกที่โจวตู้เจวียนสนทนากับเขาตามลำพังอย่างจริงจังเช่นนี้
ไม่ทราบเพราะเหตุใด หลิวไป๋พลันรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างมิทราบสาเหตุ
แม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะไม่เคยพูดคุยกันอย่างลึกซึ้ง แต่หลิวไป๋ก็รู้สึกอยู่เสมอว่า โจวตู้เจวียนน่าจะรู้เรื่องอะไรบางอย่าง
ถูกต้องที่สุด หลังจากหลิวไป๋นั่งลงแล้ว โจวตู้เจวียนก็เอ่ยขึ้นตรงไปตรงมา “หลิวไป๋ ข้ารู้ฐานะที่แท้จริงของเจ้า”
ลมหายใจของหลิวไป๋สะดุด ร่างกายชะงักค้าง แทบมิกล้าเงยหน้าขึ้นมองโจวตู้เจวียน
เขาเร่งขบคิดหวนนึกภายในใจอย่างบ้าคลั่ง ว่าตนเคยเปิดเผยฐานะที่แท้จริงออกไปในเวลาใด
ผลปรากฏว่าคำพูดต่อมาของโจวตู้เจวียน ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นในบัดดล “ข้ายังรู้อีกว่า มารดาของเจ้าตอนนี้อยู่ที่ฉยงโจว มิเช่นนั้นเจ้าคิดว่า ในใบผ่านทางของหมู่บ้านหนานหูของเรา ที่เขียนว่าจะไปแสดงความยินดีกับญาติผู้ใหญ่ซึ่งไปได้ดีอยู่ที่ฉยงโจวนั้น ญาติผู้ใหญ่ท่านนี้คือผู้ใดกันเล่า”
หลิวไป๋เงยหน้าขึ้นมองโจวตู้เจวียนด้วยความตะลึงงัน “!!!”
ครานี้เขาตกตะลึงอย่างแท้จริง เขาคิดมาโดยตลอดว่า เหตุผลอันเหลือเชื่อที่เห็นเพียงแวบแรกในใบผ่านทางนั้น เป็นเรื่องที่จงซิ่นแต่งขึ้นมาเฉพาะหน้าเพื่อใช้ปิดเบือนเจ้าเมืองในตอนนั้น
