ผู้คุมงานขายบ้านมือสองที่มาคนหลังนั้น เป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยและมาฝึกงาน นางเปิดรถกระบะไฟฟ้าขนาดเล็กที่บริษัทจัดสรรมาให้ ซึ่งพอดีสำหรับคนนั่งได้สี่คน
เด็กสาวผู้นี้แนะนำตัวว่าชื่อหวังหลิง นางเองก็คงไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้จะสำเร็จลงได้ มาคราวนี้ก็เพียงเพื่อฝึกมือ ถือเสียว่าเป็นการมาทำความคุ้นเคยกับการแนะนำกิจการค้า
ท่าทางสบาย ๆ ไม่เคร่งเครียด ทั้งยังอธิบายได้อย่างละเอียดและมีชีวิตชีวา
ทำให้โจวตู้เจวียนและโจวหน่วนอวี้รู้สึกดีนัก หากเป็นผู้คุมงานที่เคร่งขรึมเอาแต่เรื่องงานอย่างคราวก่อนมาแนะนำ นางทั้งสองอาจจะรู้สึกอึดอัดกดดันขึ้นมาบ้างก็ได้
ระหว่างดูเรือนพักตากอากาศที่แยกเป็นเอกเทศเหล่านี้ ช่างทำให้ตื่นตาตื่นใจยิ่ง นัก การใช้ชีวิตอย่างสุขสบายของผู้มีอันจะกินนั้น มิใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะสามารถจินตนาการได้เลย ทำได้เพียงพรรณนาว่าเปิดหูเปิดตาอย่างหาใดเปรียบ
เรือนพักตากอากาศเหล่านี้หากคิดจะซื้อ ราคาก็น่าตกใจเช่นกัน เอ่ยปากก็เริ่มต้นกันที่ระดับสิบล้านชั่งเป็นพื้น
โจวหน่วนอวี้โปรดปรานเรือนพักตากอากาศแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางภูเขาเป็นที่สุด เป็นการออกแบบสวนคฤหาสน์อย่างยุโรป มิเพียงเป็นเรือนเอกเทศเอกอุ มีสระน้ำและสระว่ายน้ำส่วนตัว ยังมีสวนดอกไม้เล็ก ๆ หนึ่งร้อยกว่าตารางจั้งอีกด้วย
สวนดอกไม้เล็ก ๆ นั้น มีคนดูแลจัดการจากหน่วยธุรการของหมู่บ้านนี้โดยเฉพาะ แต่งแต้มได้งดงามยิ่งนัก รั้วล้อมโดยรอบมีเถากุหลาบจันทราเลื้อยเป็นทิวแถว ทั้งยังมีศาลานั่งเล่นและชิงช้าที่ดูราวกับอยู่ในความฝัน หากเป็นฤดูกาลที่กุหลาบจันทราบานสะพรั่ง บริเวณนี้จะเป็นดั่งทะเลแห่งบุปผา งามตระการตา
โจวหน่วนอวี้ดูแล้วก็อดเอ่ยด้วยความถอนใจมิได้ “ข้าแต่ก่อนรู้สึกมาโดยตลอดว่า หากสามารถซื้อเรือนหนึ่งที่มีสามห้องนอนหนึ่งห้องโถงกลางในใจกลางเมืองได้ ชีวิตนี้ของข้าก็สมบูรณ์แล้ว นับว่ามีความสามารถ แต่ตอนนี้ข้าชักจะละโมบขึ้นมาเสียแล้ว บัดนี้ข้ากลับอยากได้เรือนพักตากอากาศที่มีสวนดอกไม้เช่นนี้สักหลัง…”
