ก่อนหนีภัยแล้ง ข้าโกดังทะลุมิติสะสมทรัพยากรหมื่นล้าน

บทที่ 4 ตลาดสดยุคใหม่

7 นาที· 1.6K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

โจวตู้เจวียนกลับมาอยู่หน้า ประตูเหล็กสีแดงของทุ่งหญ้าอีกครั้งแล้ว ประตูเหล็กที่เพิ่งเริ่มโปร่งแสงไปบ้างเมื่อครู่ บัดนี้ยิ่งโปร่งแสงมากขึ้นไปอีก

รู้สึกว่าใช้เวลาอีกไม่นาน ก็คงจะเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา

โจวตู้เจวียนแน่ใจแล้วว่า นางสามารถออกไปทางประตูไม้ แล้วเพียงแค่ใช้ความคิด ก็กลับมาที่ทุ่งหญ้าได้

เช่นนั้นประตูเหล็กสีแดงนี้ก็คงจะเป็นเช่นเดียวกัน หากเมื่อออกไปแล้วมีอันตราย นางก็สามารถกลับมาที่นี่ได้ตลอดเวลา แล้วจึงค่อยผ่านประตูไม้กลับบ้าน

โอกาสที่ได้เกิดใหม่อีกครั้งนั้นหาได้ยากยิ่ง นางไม่ใช่คนมุทะลุ จะไม่ยอมเอาชีวิตของตนไปเสี่ยงง่าย ๆ อย่างแน่นอน

โจวตู้เจวียนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะผลักประตูเหล็กสีแดงออกอย่างเบามือ

เบื้องหลังประตูเหล็กเป็นตลาดขนาดใหญ่ย่อม ๆ นางปรากฏตัวขึ้นราวกับลอยมาจากความว่างเปล่า ตรงมุมถนนแห่งหนึ่ง

ที่นี่ผู้คนเดินขวักไขว่ ทั้งชายหญิงชราและเด็ก ต่างสวมใส่เสื้อผ้าสะอาดสะอ้านสีสันสดใส ท่วงท่ากระปรี้กระเปร่า

ที่แปลกก็คือ ไม่ว่าชายหรือหญิงล้วนนุ่งห่มสั้น

มีสตรีอยู่สองสามนางสวมกระโปรง แต่ก็เปลือยขาเปลือยแขน หากอยู่ที่เมืองถงฉินคงถูกหาว่าแต่งกายยั่วยวนอุจาดตาเป็นแน่

ทว่าบนใบหน้าของพวกนางไม่มีท่าทีอึดอัดขัดเขินแต่อย่างใด บุรุษที่เดินผ่านไปมาก็ไม่ได้ชำเลืองมองมากกว่าปกติ

ผู้คนล้วนเดินเล่นทอดน่องอย่างสบายอารมณ์

สองข้างทางเต็มไปด้วยแผงค้าที่เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ละแผงมีขนาดเท่ากันหมด เพียงแต่สิ่งของที่วางขายนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เบื้องหน้าที่โจวตู้เจวียนมองเห็น มีแผงขายผักนานาชนิด ผักสดกรุ่นชุ่มน้ำวางเรียงเป็นระเบียบสะอาดตา สีแดงส้มเหลืองเขียว ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก

ยังมีแผงขายผลไม้ นอกจากส้มกับท้อไม่กี่อย่างที่นางรู้จักแล้ว อย่างอื่นเกือบทั้งหมดล้วนไม่รู้จัก

ส้มและท้อนั้นก็ลูกโตผิดปกติ และฤดูกาลเช่นนี้ยังจะมีส้มกับท้อสุกพร้อมกัน ทั้งยังสดเช่นนี้ได้ ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก

ถัดออกไปอีกหน่อย ยังมีแผงขายปลา ขายเนื้อ...

อย่างไรเสีย มีแต่ที่โจวตู้เจวียนนึกไม่ถึง หาใช่ที่ที่แห่งนี้ไม่มีไม่

“เฮ้ แม่หนู นี่เนื้อวัวที่เพิ่งเชือดสด ๆ วันนี้ เหลือเนื้อสันในอีกครึ่งชิ้น จะดูหน่อยไหม สดมากเลยนะ เอากลับไปผัดกินนุ่มลิ้นดีนัก”

อาอ้วนวัยกลางคนที่สวมผ้ากันเปื้อนสีขาว ถือเนื้อวัวสีแดงสดชิ้นหนึ่งพลางส่งเสียงเรียกเชื้อเชิญด้วยความกระตือรือร้น

โจวตู้เจวียนเพิ่งจะพบว่า เมื่อครู่ตนเพลิดเพลินกับการสังเกตมากเกินไป เดินออกมาโดยไม่ทันรู้ตัว ตอนนี้กำลังผ่านแผงขายเนื้อแผงหนึ่งพอดี

“เนื้อ...เนื้อวัวงั้นหรือ?!” โจวตู้เจวียนตกตะลึงยิ่งนัก

ในราชวงศ์ต้าอวี๋ของพวกตน วัวนั้นเป็นสัตว์ใช้งานที่สำคัญยิ่ง ครอบครัวที่มีวัวล้วนเป็นครอบครัวที่มีฐานะดีเลิศยอดเยี่ยม ยามปกติปรนนิบัติดูแลวัว ดีเสียยิ่งกว่าปรนนิบัติมารดาตนเองเสียอีก ทางการเองก็มีกฎหมายห้ามฆ่าวัวโดยพลการอย่างชัดเจน

อาอ้วนกล่าวยิ้ม ๆ ว่า “ใช่แล้ว เนื้อวัวจ้ะ เนื้อวัวของที่เรานี่เชือดสดใหม่ทุกวัน ถ้าไม่ชอบเนื้อสันใน ยังมีซี่โครงวัว กระดูกข้อใหญ่ ๆ จะดูหน่อยไหม ตกบ่ายแล้ว ขายถูก ๆ กันไปเลยนะ”

โจวตู้เจวียนจะกล้าซื้อได้อย่างไร นางตกใจไม่น้อย โบกมือปัดไปมาติด ๆ กันก่อนจะเบี่ยงตัวหนีไป

อาอ้วนไม่ได้โกรธ เพียงแต่รู้สึกว่าสาวน้อยแต่งตัวประหลาดคนนี้ดูพิกลอยู่บ้าง

แต่ในยุคสมัยนี้ คนพิกลก็มากมายขึ้นทุกวัน เปิดร้านค้ามาหลายปี คนเช่นไรไม่เคยพบเจอบ้าง

อาอ้วนเพียงดื่มน้ำอึกหนึ่ง แล้วจึงเรียกหาลูกค้าที่เดินผ่านไปมาอย่างต่อเนื่อง

อันที่จริง โจวตู้เจวียนรู้สึกว่าตนเองดูขัดเขินแปลกแยกอย่างยิ่งที่นี่ แต่ก็ไม่มีใครสนใจนางมากเท่าไรนัก

ทุกคนเดินไปมาต่างมีธุระของตน อย่างมากก็แค่มองนางอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงเบนสายตาออกไป เดินต่อไปตามทาง

ยังมีผู้สัญจรอีกมากมายถือก้อนสี่เหลี่ยมเรืองแสงอันหนึ่ง แม้แต่ทางเดินก็ไม่มอง

โจวตู้เจวียนอดสงสัยไม่ได้ว่า คนเหล่านี้เดินได้อย่างไรกัน หรือว่ามีดวงตาที่สาม จึงไม่กลัวหกล้มหรือ

แรกเริ่มนางทั้งเครียดและหวาดกลัวอย่างมาก ภายหลังที่พบว่าไม่มีใครสนใจนางแล้ว กลับรู้สึกเป็นธรรมชาติมากขึ้นมาก

เมื่อครู่เพิ่งเดินผ่านป้ายผ้าแบนเนอร์แผ่นหนึ่ง ด้านบนเขียนอักษรตัวใหญ่หนึ่งแถว

ตัวอักษรเหล่านี้คล้ายคลึงกับอักษรของราชวงศ์ต้าอวี๋ แต่ก็ไม่เหมือนกัน หลายตัวชำรุดเหมือนแขนขาขาดหายไป ดูไม่ถูกต้อง

ท่านตาของโจวตู้เจวียนเป็นถงเซิง ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ โจวตู้เจวียนมักจะไปบ้านท่านตาบ่อย ๆ ติดตามท่านตาเรียนหนังสือรู้หนังสือ

ดังนั้นถึงจะพูดไม่ได้ว่านางมีความรู้ลึกซึ้งล้ำเลิศ แต่นางก็รู้จักตัวอักษรส่วนใหญ่

ตลอดทางที่เดินผ่านมา นางเห็นอักษรไม่น้อย ในใจค่อย ๆ คาดเดาและจำแนกว่า ที่นี่คือสถานที่ใด

กระทั่งมาถึงป้ายผ้าแบนเนอร์นี้ จึงปะติดปะต่อจากอักษรที่พร่อง ๆ ขาด ๆ เหล่านี้จนได้ความหมายคร่าว ๆ

“พยายามส่งเสริมการสร้างตลาดผักสดอารยะและก้าวหน้ายุคใหม่... ตลาดผักสดหมายถึงตลาดหรือไม่ นี่คือตลาดในยุคใหม่งั้นหรือ”

“ยุคใหม่คือปีไหนกัน ฮ่องเต้ที่นี่ทรงพระนามว่ายุคใหม่งั้นหรือ”

โจวตู้เจวียนพึมพำในใจอย่างเงียบ ๆ ในราชวงศ์ต้าอวี๋ล้วนใช้พระนามรัชศกของฮ่องเต้เป็นชื่อศักราช

นางไม่เข้าใจตัวหนังสือที่นี่ ทั้งยังดูไม่เข้าใจเรื่องราวมากมาย สิ่งเดียวที่รู้ก็คือ ที่นี่เป็นสถานที่เช่นเดียวกับตลาดในเมืองถงฉินของพวกตน

ด้วยเป็นคนละเอียดรอบคอบ นางยังได้สังเกตอยู่ข้าง ๆ เงียบ ๆ ว่าผู้คนที่นี่ซื้อขายกันอย่างไร

คนอายุมากหน่อย ใช้เงินกระดาษคล้ายธนบัตรกับตั๋วเงินมากกว่าในการจ่ายเงิน ส่วนพวกอายุน้อยใช้ก้อนสี่เหลี่ยมเรืองแสงบนมือ สแกนตรงลวดลายสีดำที่เรียงตัวกันราวกับแถวทหารมด

ทางฝั่งผู้ค้าที่ก้อนสีดำปรากฏคำว่า “ชำระเงินสำเร็จ รับเงิน XXX” ก็คือการซื้อขายสำเร็จลุล่วงแล้ว ผู้ค้าก็จะส่งของให้ด้วยความกระตือรือร้น

ตลอดเส้นทางไม่ได้เห็นใครใช้เหรียญทองแดงหรือเงินตำลึงเลย แตกต่างจากตลาดของราชวงศ์ต้าอวี๋อย่างสิ้นเชิง ดูมหัศจรรย์ยิ่งนัก

โจวตู้เจวียนเดินมาได้ครึ่งชั่วยาม ก็ยังเดินชมตลาดผักสดอันกว้างใหญ่นี้ไม่ทั่ว

ในตลาดผักสดมีของขายมากมายสุดลูกหูลูกตา ไม่เพียงแต่มีผักและเนื้อ ยังมีข้าวมีแป้ง มีมากมายทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก

นางไม่กล้าเดินเข้าไปยังแผงเหล่านั้นเลย เพราะนางไม่มีเงินตราที่ใช้กันที่นี่ ยิ่งไม่มีก้อนสี่เหลี่ยมเรืองแสงนั้น

อึดอัดเคอะเขินอย่างยิ่งที่นี่ นางกลัวว่าตนจะพูดมากพลอยทำผิดมากขึ้น ถูกคนจับได้ว่านางไม่ใช่คนของที่นี่

แต่โจวตู้เจวียนก็อดละสายตาจากข้าวของในตลาดผักสดนี้ไม่ได้เลย มีมากมายนับไม่ถ้วน เพียงแค่มีเงิน ก็ซื้อได้ทุกสิ่ง

หากนางมีเงินของที่นี่ เช่นนั้นเมื่อถึงคราวภัยแล้งมาเยือนในปีหน้า แล้วปีถัดไปต้องอพยพหลบหนี ก็จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องข้าวของอีกต่อไปใช่หรือไม่

แล้วจะสามารถเปลี่ยนชะตากรรมของทั้งครอบครัวได้หรือไม่

โจวตู้เจวียนเดินพลางคิดพลางไปข้างหน้า

ก็เห็นเบื้องหน้าปรากฏประตูเหล็กบานใหญ่กว้างถึงสี่ห้าเมตร

ประตูเหล็กบานใหญ่เปิดอ้าอยู่ มียานพาหนะยักษ์ใหญ่สี่ล้อคันหนึ่ง ส่งเสียงดังสนั่นน่าหวาดหวั่นขณะค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาด้านใน

ทำเอาโจวตู้เจวียนที่อยู่ข้างประตูเหล็กบานใหญ่ตกใจจนต้องถอยกรูดไปหลายก้าว หลบเข้าไปครึ่งตัวอยู่หลังบานประตูเหล็ก

แต่คนที่รออยู่ด้านในกลับไม่กลัวเลยสักนิด เมื่อรถจอดสนิทแล้ว ก็มีคนขึ้นไปเปิดประตูท้ายกระบะอย่างคล่องแคล่ว

กะหล่ำปลีที่วางเรียงเป็นระเบียบในเข่งเผยโฉมออกมา แต่ละเข่งซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ อย่างเป็นระเบียบ สูงเป็นพิเศษ

ชายหลายคนที่รออยู่ข้าง ๆ ตั้งแต่แรกแล้วรีบเดินเข้าไป ชายสองคนกระโดดขึ้นไปบนรถเพื่อขนของลงมาโยนให้ข้างล่าง คนข้างล่างเข็นรถเข็นรออยู่ รับของแล้ววางลงบนรถเข็น

เมื่อซ้อนกันสูงจนเกินที่จะวางเพิ่มอีก ก็เข็นรถเข็นมุ่งหน้าไปยังเพิงพักใหญ่อีกด้านหนึ่ง

คนเหล่านี้น่าจะเหมือนกับกรรมกรที่ขนของขึ้นลงที่ท่าเรือเมืองถงฉิน คือพวกที่มารับจ้างทำงาน

โจวตู้เจวียนยังคงหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่นางยิ่งอยากรู้มากขึ้นไปอีก

หากนางไปเป็นกรรมกรบ้าง เช่นนั้นก็จะหาเงินของที่นี่ได้ใช่หรือไม่

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com