“ไม่มีอะไร” ชีหยวนไม่คิดเอ่ยถึงอ๋องฉีเลยสักนิด
ที่เขาหน้าด้านเอ่ยถามนางว่าทำไมต้องฆ่าเขาเมื่อครู่นั้น ช่างน่าขันยิ่งนัก
นางเพียงเอ่ยเสียงเรียบว่า “แผนการณ์คงต้องเปลี่ยน ยามนี้เขารู้แล้วว่าข้าก็เหมือนกับเขา ที่มองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ ต่อให้ให้ท่านพ่อของข้าไปแพร่งพรายข่าวของพระชายาหลิวกับพระโอรส เขาก็คงไม่เชื่ออีกต่อไป”
วันนี้อ๋องฉีคิดจะฆ่านางนั้นเป็นความจริง และการลองเชิงก็เป็นจริงเช่นกัน
แต่คิดไปคิดมา ก็หาใช่เรื่องน่าแปลกใจไม่
เพราะนับตั้งแต่เกิดใหม่ นางได้เปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ มากเกินไปแล้ว
อ๋องฉีที่เกิดใหม่อีกครั้งเช่นกัน ย่อมรู้ว่านางมีสิ่งผิดปกติเป็นเรื่องธรรมดา
นางมิได้วิตกกังวลกับเรื่องนี้มากนัก
เซียวอวิ๋นถิงเข้าใจความหมายของชีหยวนได้ในทันที
ก่อนหน้านี้ พวกนางวางแผนจะเปิดเผยข่าวของพระชายาหลิวให้อ๋องฉีรู้ก่อน เพื่อล่อให้อ๋องฉีลงมือ แล้วจึงจับได้คาหนังคาเขาพร้อมของกลาง
แต่ยามนี้อ๋องฉีรู้ความลับของพวกนางเสียแล้ว ต่อให้เป็นชีเจิ้นเอง เขาก็คงไม่เชื่อถืออีกต่อไป
เหยื่อเช่นนี้ล่อเขาไม่ติด
เซียวอวิ๋นถิงใช้นิ้วเคาะบนโต๊ะเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นในไม่ช้า “เช่นนั้นก็ให้ท่านพ่อของเจ้า ถวายฎีกาลับถึงฝ่าบาทเป็นการส่วนตัว แจ้งเรื่องนี้ให้ทรงทราบ แล้วรับพระชายาหลิวกลับมา”
เขามองชีหยวนอย่างลึกซึ้ง “เพียงแค่โน้มน้าวพระชายาหลิวได้ ให้พระนางออกมาเป็นพยานชี้ว่าเรื่องราวในปีนั้นมิใช่ฝีมือของตระกูลเฟิง ผลที่ได้ก็ย่อมเหมือนกัน”
