เมื่อชีเอ้อฝูเหรินกลับมาถึงสกุลชี ม้าพันธุ์เลือดแท้ของจวนอ๋องโจวและของขวัญชดใช้จำนวนมากก็ถูกส่งกลับมายังสกุลชีก่อนหน้านั้นแล้ว
มองดูม้าพันธุ์เลือดแท้ตัวนั้นที่เปล่งประกายสีทองอร่ามภายใต้แสงตะวัน ท่านโหวผู้เฒ่าและชีเจิ้นทั้งคู่ล้วนมีสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
ขันทีผู้น้อยของจวนอ๋องโจวเหลือบมองทั้งสอง รู้สึกอดคิดในใจไม่ได้ว่าน่าประหลาดใจจริงๆ ที่สามารถเลี้ยงออกมาซึ่งคุณหนูใหญ่ชีผู้เก่งกาจเช่นนี้ได้ ท่านโหวผู้เฒ่าและท่านโหวของสกุลชีก็ใจเย็นพอๆกัน
ของมากมายขนาดนี้ถูกส่งมาตรั้งหนึ่ง ทั้งสองแม้แต่สาเหตุก็ไม่ถามสักคำ
ส่วนทางชีเจินนั้นชาเสียแล้ว เขาทำหน้าเฉยเมย เห็นหลิวจงสุภาพส่งขันทีผู้นี้ออกไปจนลับตา
เขาจึงหันไปมองท่านโหวผู้เฒ่าแล้วกล่าว: "ดินแดนซิงหยูส่งม้าพันธุเลือดแท้เพียงห้าตัวถึงฝ่าบาท ฝ่าบาทประทานแก่อ๋องจิ้งหนึ่งตัว อ๋องฉีหนึ่งตัว อ๋องโจวหนึ่งตัว......"
แต่ทว่าบัดนี้ยานพานนี้ถูกชีหยวนนำกลับมาถึงจวนซะแล้วสิ
ชีเจินข่มใจนิ่งอยู่ครูหนึ่ง สีหน้าแปลกประหลาดเอ่ยถาม: "นางไปทำอะไรอีกแล้ว?"
ต่อให้เขาจะบอกว่าชีหยวนปลงชีวิตอ๋องโจวไปแล้ว เขาว่าเขาเองก็คงไม่ตระหนกจนเกินไปนัก
ถูกทำให้ตกใจมามากเกินไป นานเข้าคงเคยชินแล้ว
ท่านโหวผู้เฒ่านิ่งเงียบจ้องมองเจ้าม้าพันธุเลือดแท้ภายใต้แสงตะวัน จู่ๆ เผลอรู้สึกเจ็บฟันขึ้นมา: "เรียกคนมาถามดู"
มิใช่ว่าจะได้ปลงชีวิตใครคนใดในจวนอ๋องไปแล้วจริงๆ กระมัง?
จวนอ๋งโจวก็เหลือเกิน อยู่ๆ ก็ส่งการ์ดเชิญมาให้ชีหยวนไปเล่นโปโลได้อย่างไรกัน!
ชีเจินกำลังจะให้หลิวจงไปสอบถามอยู่แล้ว หลิวจงรีบวิ่งเข้ามา: "ท่านโหวผู้เฒ่า ท่านโหว เอ้อฝูเหรินและคุณหนูใหญ่หวนกลับมาถึงแล้ว! บัดนี้ได้ผ่านประตูมุมเล็กด้านตะวันตก เข้าด้านในแล้ว ก่อนกลับไปยังเรือนหลังเสียก่อน"
