การแข่งขันโปโลของจวนอ๋องโจวมิได้จัดขึ้นในจวน แต่ว่าจัดขึ้นที่เรือนพักของจวนอ๋องโจว ซึ่งอยู่บอกเมือง
คฤหาสน์ในเมืองจะใหญ่โตโอฬารเพียงใด หากจะให้สร้างสนามโปโลขึ้นในนั้น ก็ช่างเป็นการกลั่นแกล้งคนเหลือเกิน
แต่หากอยู่นอกเมืองแล้ว ก็ย่อมไม่เป็นเช่นนั้น
สนามโปโลของจวนอ๋องโจวกว้างใหญ่จนน่าตื่นตะลึง รายรอบล้วนมีที่นั่งเป็นชั้นๆ สูงต่ำลดหลั่นกันลงมา สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนสามารถมองเห็นภาพในสนามได้จากทั่วทุกสารทิศ
เมื่อฮูหยินรองแซ่ฉีพาคีหยวนมาถึง บรรยากาศยังไม่คึกคัก นางจึงพาคีหยวนเข้าไปคารวะพระชายาอ๋องโจวก่อน
พระชายาอ๋องโจวยุ่งยิ่งนัก เหตุที่ส่งการ์ดเชิญไปยังสกุลชี ก็เพราะเห็นแก่หน้าของคุณหญิงหลิวใหญ่ ภรรยาซื่อจื่อแห่งสกุลฉู่กั๋ว ผู้เป็นญาติผู้อาวุโสของนางเท่านั้น แต่อย่าได้คิดว่านางจะลดตัวลงไปทักทายพูดจากับชีหยวนเป็นการส่วนตัวเลย
ดังนั้น เมื่อฮูหยินรองคารวะเสร็จ พระชายาอ๋องโจวก็ยิ้มพลางกล่าวกับฮูหยินรอง โดยที่มิได้มองหน้าคีหยวนให้ชัดด้วยซ้ำว่า “เด็กๆ อยู่ที่ท้อฮวยอู๋ในสวนหลัง จวนนี้ให้เด็กน้อยคนนี้ไปเล่นด้วยก็แล้วกัน พวกเรารออยู่ข้างหน้านี่ก็ได้”
ครั้งนี้องค์หญิงลั่วชวน บุตรสาวคนสำคัญของนาง จะต้องลงแข่งด้วย นางจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ฮูหยินรองคารวะพลางยิ้มอย่างสุภาพนอบน้อม “พระชายา หลานสาวของหม่อมฉันเพิ่งจะกลับมาถึงเมืองหลวงได้ไม่นาน ยังไม่คุ้นเคยกับคุณหนูทั้งหลาย...” ยังมิทันที่พระชายาอ๋องโจวจะเอ่ยปาก คุณหญิงหลิวใหญ่ ภรรยาซื่อจื่อแห่งสกุลฉู่กั๋ว ซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาทางด้านหลังก็หัวเราะขึ้น “ก็เพราะยังไม่คุ้นเคยไงเล่า ถึงต้องให้ไปเล่นด้วยกัน ความสนิทสนมน่ะ เกิดขึ้นจากการเล่นด้วยกันทั้งนั้นมิใช่หรือ?”
