ส่วนลึกของถ้ำ
เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แฝงด้วยเจตนาสังหารอันท่วมท้น พุ่งตรงเข้าใส่หลี่หย่วนเต้าและเสวี่ยหลิงจื่อ
“น่ากลัวชะมัด!”
เสวี่ยหลิงจื่อกัดฟัน สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
แต่จู่ ๆ เขาก็ฉงนใจ แล้วเอ่ยว่า “ท่านผู้อาวุโส นี่ไม่ใช่เสียงของเจ้าเฒ่านั่น! แต่ไอ้ชื่อที่มันพูดถึง ข้ารู้สึกคุ้น ๆ นะ เหมือนเคยได้ยินที่ไหน…”
เขาพูดไม่ทันจบ
คนในส่วนลึกของถ้ำก็กัดฟันกรอดอีกครั้ง “พวกเฒ่าแก่ทั้งหลาย อย่าได้ตายกันง่าย ๆ ล่ะ! คำนวณเวลาดู ถ้าระดับการฝึกฝนพวกแกไม่สูงขึ้น ก็คงเหลือเวลาอีกไม่กี่ปี!”
“ข้าจะกลับไปเดี๋ยวนี้ แล้วรื้อกระดูกพวกแกออกมาทีละชิ้น!”
ตู้ม~
สิ้นเสียง เขาก็ระบายโทสะออกมาพร้อมระดับการฝึกฝน
กำแพงถ้ำใต้ดินหลายแห่งพังถล่มลงมาทันที
ตรงทางโค้งด้านหน้าของหลี่หย่วนเต้าและเสวี่ยหลิงจื่อก็พังราบคาบ เผยให้เห็นถ้ำใต้ดินขนาดมหึมาเบื้องหน้า
ที่นี่กว้างขวางมาก อย่างน้อยก็เท่าสนามบาสเกตบอลสองสนาม
ทั่วทั้งถ้ำมีค่ายกลยักษ์คลุมห่อหุ้มปกป้องไว้
ภายในนั้น
มองเห็นดวงวิญญาณอาฆาตและภูตผีนับไม่ถ้วนส่งเสียงร้องโหยหวน พุ่งชนค่ายกลไม่หยุด ใบหน้าบิดเบี้ยวน่าเกลียด ท่าทางทรมานสุดขีด
แต่ไม่ว่าพวกมันจะดิ้นรนแค่ไหน ก็ไม่อาจทะลวงหลุดออกจากค่ายกลได้
และไม่นาน ดวงวิญญาณหน้าตาอัปลักษณ์เหล่านี้ก็ถูกเงาร่างที่มีผมขาวยาวสยายยืนอยู่กลางค่ายกลดูดกลืนไปจนหมด
เวลานี้ ร่างผมขาวนั้นกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ร่างกายเปล่งไอเย็นเยียบออกมาเป็นระลอก ทำให้พื้นดินและผนังถ้ำโดยรอบสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“ท่านผู้อาวุโส… คนนี้ไม่ใช่เจ้าเฒ่า! แต่มันเป็นผู้ฝึกตนระดับจินตัน”
“เรา… เราต้องระวังตัว…”
เสวี่ยหลิงจื่อมองคนในค่ายกลที่เปล่งไอเย็นน่าสะพรึงกลัว จนใจสั่นสะท้าน
วิชาที่อีกฝ่ายฝึก กับวิถีมารที่เขาฝึก ล้วนชั่วร้ายพอ ๆ กัน ไม่รู้ว่าเป็นสำนักเซียนไหน
“แค่ผู้ฝึกตนจินตัน จะกลัวมันทำไม?”
หลี่หย่วนเต้าเบะปาก ก้าวเท้าเดินเข้าไป
แค่ผู้ฝึกตนจินตัน?
เสวี่ยหลิงจื่อพูดไม่ออก ไม่รู้จะตอบยังไง
“ใคร!”
ตอนที่ทั้งสองพูดคุยกันและเข้าใกล้ค่ายกล เงาร่างผมขาวตรงกลางค่ายกลก็ตวาดลั่น หันขวับมามอง
เมื่อคนผู้นี้หันมา เผยให้เห็นใบหน้าชัด ๆ เสวี่ยหลิงจื่อแทบช็อกตายคาที่
