“สี่ลูกสอง”
“ไพ่ระเบิด”
“สามลูกเดียว”
“ฉันชนะ”
ลู่เย่ในฐานะเจ้ามือทิ้งไพ่สามโพแดงใบสุดท้ายลง แล้วก็ปรบมือ
คู่ต่อสู้ชาวนาอีกสองคนของเขายังกำไพ่กองใหญ่ที่ยังไม่ได้เล่นเอาไว้ในมือ
“ไม่เอาจริงนะ นายโกงหรือเปล่า?” ชายกล้ามเนื้อลูบหัวโล้นของตัวเองแรง ๆ “ทำไมนายชนะทุกตาเลย?”
“ไม่มีหลักฐานฉันฟ้องนายข้อหาหมิ่นประมาทได้นะ”
ลู่เย่ไม่ตื่นตกใจเลยแม้แต่น้อย
“อย่าพูดมาก เลย เลย เลย ความจริงใจหรือกล้าแกร่ง?”
“ความจริงใจ!”
“กล้าแกร่ง”
ชายกล้ามเนื้อเลือกความจริงใจ ส่วนคิริชิมะ ยูกิโนะเลือกกล้าแกร่ง
แต่ในฐานะผู้ชนะที่เป็นเจ้ามือ ลู่เย่มีสิทธิ์เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
“งั้นเอาตามกล้าแกร่งละกัน”
“นายไปตบหน้าเธอหนึ่งที แล้วถามเธอว่าชอบไหม ถ้าเธอบอกว่าไม่ชอบก็ตบอีกที ถ้าเธอบอกว่าชอบมาก นายก็พูดว่า ดีจัง ฉันก็ชอบเหมือนกัน”
“........”
นายลองดูสิว่านายหมายถึงใคร?
ชายกล้ามเนื้อส่งสายตาสัญญาณอย่างบ้าคลั่ง
ทำแบบนี้ค่าแซนจะร่วงกราวแน่นอน
หรือว่าจะไม่คิดเอาตัวรอดกันแล้ว?
ปกติแล้วในกิจกรรมหลังอาหารมื้อเล็ก ๆ แบบนี้ คิริชิมะ ยูกิโนะจะใช้กฎของเกมหลังชัยชนะ ให้คนเป็นในดันเจี้ยนเปิดใจกันหมดเปลือก
แต่จนถึงตอนนี้ เกมไพ่ต่อสู้เจ้าที่ดิน (โด่วตี้จู๋) ผ่านไปหลายรอบแล้ว ทุกรอบเป็นลู่เย่เจ้ามือชนะ
บทลงโทษที่ให้ก็ล้วนเป็นแนวเพี้ยน ๆ
ถุงน่องบนขาของคิริชิมะ ยูกิโนะหายไปแล้ว เพราะถูกชายกล้ามเนื้อกินเป็นเส้นเผ็ด
กางเกงในของชายกล้ามเนื้อไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว เพราะถูกสวมทับกางเกงข้างนอกเพื่อเลียนแบบซูเปอร์แมน
