คลื่นลมที่ตระกูลฝูเป็นต้นเหตุสงบลงอย่างรวดเร็ว หลังนางคังถูกหามออกไป ทั้งยังไม่ได้รับความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายเหมือนตอนเที่ยง
เพราะยามนี้คนครัวหลังร้านเริ่มทยอยยกหม้อใบเล็ก ๆ ออกมา
ในหม้อทองแดงใบจ้อยมีถ่านไฟลุกโชนอยู่ น้ำซุปเข้มข้นมีดอกเบญจมาศลอยขึ้นลอยลงอยู่หลายดอก
น้ำซุปมีรสหอมกลมกล่อมและสดหวาน ทั้งยังส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกเบญจมาศออกมา
เมื่อยกหม้อมาเสิร์ฟครบแล้ว สาวใช้คนหนึ่งก็กล่าวว่า “แขกผู้มีเกียรติทุกท่านดื่มน้ำซุปสักถ้วยก่อนได้เจ้าค่ะ หากเริ่มลวกผักเมื่อใด รสชาติของน้ำซุปก็จะเปลี่ยนไป”
สาวใช้ของแต่ละจวนจึงเริ่มตักน้ำซุปให้เจ้านาย ไม่นานนักก็มีเสียงชื่นชมดังขึ้นเป็นระยะทั่วโถงดอกไม้
“นี่ดูเหมือนจะเป็นน้ำซุปที่ใช้ทำเต้าหู้ดอกเบญจมาศตอนเที่ยงเลย”
“ข้ารู้สึกว่าน้ำซุปตอนเที่ยงรสเบากว่า ส่วนน้ำซุปคืนนี้หอมกลมกล่อมกว่า”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น ตอนเที่ยงน้ำซุปดูใสราวกับน้ำเปล่า แต่น้ำซุปในหม้อกลับมีสีขาวขุ่นราวน้ำนม”
ระหว่างที่ทุกคนกำลังดื่มน้ำซุป สาวใช้ก็เริ่มยกวัตถุดิบสำหรับลวกในหม้อออกมา
เช่นเดียวกับคราวที่เจียงหยวนไวได้กินในวันนั้น วัตถุดิบสำหรับลวกยังคงเป็นเนื้อสดสี่อย่าง ของทอดกรอบสี่อย่าง และผักสดสี่อย่าง
ชนิดของเนื้อสดสี่อย่างกับของทอดกรอบสี่อย่างไม่เปลี่ยน มีเพียงผักสดสี่อย่างที่เปลี่ยนเป็นยอดถั่วลันเตา ผักกาดหอมก้านหั่นแว่น ตังโอ๋ และกะหล่ำปลีใจ
การที่หาได้ทั้งยอดถั่วลันเตาและผักกาดหอมก้านในยามนี้ แสดงให้เห็นว่าเจียงหยวนไวให้ความสำคัญกับงานชมดอกไม้คราวนี้เพียงใด ไม่รู้ว่าเขาใช้เส้นสายใดและจ่ายเงินไปเท่าไร
แต่ก็ต้องยอมรับว่า ความตั้งใจครั้งนี้คุ้มค่ายิ่งนัก
ดูจากท่าทางที่ทุกคนในโถงดอกไม้กินกันอย่างเอร็ดอร่อยก็รู้แล้ว
ยามบ่ายอาสะใภ้ใหญ่เย่ทำเครื่องดื่มน้ำผึ้งเบญจมาศขึ้นมาใหม่ บัดนี้จึงถูกยกออกมาพร้อมกับวัตถุดิบ
ในโถงดอกไม้ยังมีถังไม้ใส่น้ำแข็งหลายถังถูกยกเข้ามาด้วย ผู้ใดอยากดื่มเครื่องดื่มเย็นก็สามารถตักน้ำแข็งใส่เองได้
เพราะกินหม้อไฟแล้วเหงื่อออกง่าย ฮูหยินผู้สูงศักดิ์ที่ยังเยาว์วัยหลายคนจึงให้บ่าวไปเอาน้ำแข็งหลังจากกินไปได้ครู่หนึ่ง
