ช่วงนี้เย่เหล่าเอ้อร์แบกรับความกดดันไม่น้อย
แม้ตอนแรกเขาจะยังทำใจได้ดี แต่เมื่อเห็นผู้อาวุโสจ้านกับคนอื่น ๆ ล้อมวงทำงานอยู่ในไร่นาทุกวัน ความตึงเครียดก็เริ่มส่งผลถึงเย่เหล่าเอ้อร์ทีละน้อย
ช่วงนี้นายอำเภอไฉจื้อหมิงเดินทางมาที่หมู่บ้านหลายครั้ง ชาวบ้านจึงยิ่งถือเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง
คนทั้งหมู่บ้านต่างจับตาตระกูลเย่ เฝ้ารอว่าพวกเขาจะเริ่มการเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเมื่อใด
ทุกคนให้ความสำคัญถึงเพียงนี้ หากผลผลิตต่อหมู่ไม่ดีพอ จนไม่ได้เป็นราชาพืชผล เช่นนั้นจะไม่เป็นการทำให้ความทุ่มเทของทุกคนในช่วงนี้สูญเปล่าหรือ
ตามคำพยากรณ์สภาพอากาศของผู้อาวุโสจ้าน วันเริ่มการเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงอย่างเป็นทางการถูกกำหนดไว้ในอีกสองวัน
เย่เหล่าเอ้อร์นอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว พอได้รับข่าวนี้ก็ยิ่งกระวนกระวาย
โชคดีที่คนในครอบครัวต่างอยู่เมืองหลวงเพื่อจัดการเรื่องหมั้นหมายของเย่เหล่าซื่อ ไม่มีใครอยู่บ้าน มิฉะนั้นเขาคงรู้สึกกดดันยิ่งกว่าเดิม
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ เย่เหล่าเอ้อร์พลิกตัวไปมาตลอดคืน นอนไม่หลับสนิท
จนกระทั่งแสงตะวันส่องขึ้นแล้ว เขาจึงฝืนหลับลงได้
ยามนี้ในไร่นาแทบไม่มีงานให้ทำ อีกทั้งยังมีคนกลุ่มหนึ่งคอยดูอยู่ จึงไม่มีผู้ใดไปรบกวนเย่เหล่าเอ้อร์ ปล่อยให้เขาหลับยาวจนเกือบเที่ยงวัน
เย่เหล่าเอ้อร์ถูกเสียงพูดคุยด้านนอกปลุกให้ตื่น พอลืมตาขึ้นก็เห็นว่าฟ้าสว่างจ้าแล้ว
เขานึกว่าเด็ก ๆ กลับมากินอาหารกลางวัน จึงรีบลุกพรวด สวมเสื้อคลุม สอดเท้าเข้ารองเท้าแล้วเดินออกจากห้อง
ใครจะคิดว่าพอเปิดประตูออกไป ก็เห็นผู้คนแน่นขนัดเต็มลานบ้าน
ไม่เพียงยายเย่จะกลับมาพร้อมลูกชายและลูกสะใภ้ทุกคน
แม้แต่รุ่ยชินอ๋องที่อุ้มชิงเทียนอยู่ก็ยังปรากฏตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชน
เย่เหล่าเอ้อร์คิดว่าตนกำลังฝัน จึงยกมือขยี้ตา ตั้งใจจะมองให้ชัดอีกครั้ง
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงยายเย่ดังขึ้นว่า “อารอง ยังไม่รีบกลับไปสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยอีกหรือ
“คนในบ้านมีมากมาย เจ้าทำเช่นนี้ดูไม่เหมาะสมเลย”
อาสะใภ้รองเย่เดินเข้ามาทันที ใบหน้าแดงก่ำ ก่อนผลักเย่เหล่าเอ้อร์กลับเข้าไปในห้อง
