ระหว่างที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการนวดข้าว ผู้อาวุโสจ้านก็ขยับเข้าไปหารุ่ยชินอ๋อง แล้วเริ่มกล่าวถึงผลผลิตต่อหมู่หมู่หนึ่ง
“นับแต่ราชวงศ์ก่อน ประชากรทางใต้เพิ่มขึ้น ผลผลิตต่อหมู่ของทางใต้ก็ค่อย ๆ สูงกว่าทางเหนือ
“ตามบันทึก ในยุคราชวงศ์ก่อน นาหนึ่งหมู่ที่เพาะปลูกได้ผลดีทางใต้ให้ผลผลิตประมาณสองสือ ส่วนทางเหนือได้เพียงราวหนึ่งสือ
“แน่นอนว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสงครามที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในภาคเหนือช่วงราชวงศ์ก่อนด้วย
“ชาวบ้านอดอยากปากแห้ง ทั้งยังไม่มีกำลังพอจะดูแลพืชผลในนาให้ดี
“กระทั่งราชวงศ์นี้สงบศึกลง ผลผลิตธัญพืชทางเหนือจึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
“แต่เพราะสภาพอากาศ ผลผลิตต่อหมู่ก็ยังสู้ทางใต้ไม่ได้
“ตามบันทึกช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในปีที่สภาพอากาศเหมาะสมอย่างยิ่ง นาหนึ่งหมู่ทางใต้ให้ผลผลิตสูงสุดสามสือ ส่วนทางเหนือในขณะนี้ให้ได้มากที่สุดเพียงสองสือสามโต่ว
“คราวนี้ก็ต้องดูว่าตระกูลเย่จะทำลายสถิตินี้ได้หรือไม่”
รุ่ยชินอ๋องได้ยินดังนั้นก็ถามว่า “ตามที่ท่านประเมิน จะได้ผลผลิตเท่าใด?”
อย่าคิดว่าเขาไม่เห็น เมื่อครู่ตอนทุกคนกำลังเก็บเกี่ยว ผู้อาวุโสจ้านก็แอบหยิบรวงข้าวหลายรวงที่ผูกเชือกแดงไว้ไปชั่งแล้ว
ในใจผู้อาวุโสจ้านมีตัวเลขคร่าว ๆ อยู่ก่อนแล้ว
ทว่าการประเมินนี้อาศัยเพียงประสบการณ์หลายปีของเขา คลาดเคลื่อนจากตัวเลขจริงในท้ายที่สุดได้แน่นอน
เขาคำนวณไว้เพื่อให้รู้คร่าว ๆ ในใจเท่านั้น หากอยู่ต่อหน้ารุ่ยชินอ๋องก็ไม่กล้าพูดออกไปเช่นนั้น
ผู้อาวุโสจ้านหัวเราะแห้ง ๆ สองครั้งก่อนกล่าวว่า “ยามนี้พูดได้เพียงว่า ทำลายสถิติผลผลิตต่อหมู่ของภาคเหนือได้ไม่น่ามีปัญหา แต่จะครองบัลลังก์ราชาพืชผลได้มั่นคงหรือไม่ ยังบอกยาก”
รุ่ยชินอ๋องเห็นได้ชัดว่าไม่พอใจกับคำตอบคลุมเครือนี้ ทว่าวันนี้ก็จะได้รู้ผลแล้ว จึงมิได้ซักถามต่อ
ยามนี้บนลานตากข้าวมีเพียงคนจากจวนรุ่ยชินอ๋องกับกรมส่งเสริมการเกษตรกำลังทำงาน ส่วนผู้คนที่มามุงดูถูกองครักษ์ของจวนอ๋องกันไว้ด้านนอก ไม่อนุญาตให้เข้าไปก่อความวุ่นวาย เกรงว่าจะทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายคลาดเคลื่อน
