แม่ครัวช่วยที่หวังกว่างผิงหามาหลายคนมาถึงเรือนเก่าตระกูลเย่กันอย่างรวดเร็ว
ต้องยอมรับว่าแม้จะเป็นเพียงผู้ใหญ่บ้าน แต่หวังกว่างผิงก็ทำหน้าที่ได้อย่างสมกับตำแหน่ง
คนที่เขาเลือกมา บ้างก็เป็นคนตระกูลเย่ ปกติสนิทสนมกับเย่จวนเอ๋อร์ จึงพลอยมีไมตรีกับตระกูลเย่อยู่บ้าง
บ้างก็เป็นคนซื่อสัตย์ไม่ก่อเรื่องก่อราวเป็นพิเศษในหมู่บ้าน
กล่าวโดยรวมแล้ว ไม่มีใครที่มีแนวโน้มจะก่อเรื่องหรือสร้างความวุ่นวายแม้แต่น้อย
เวลานี้ลูกน้องของมู่เจิงก็หอบผักและเนื้อที่ซื้อระหว่างทางมาไว้ด้วยกันหมดแล้ว
มู่เจิงยิ้มร่ามาหาอาสะใภ้ใหญ่เย่แล้วกล่าวว่า “ลูกน้องข้าพวกนี้กินจุทั้งนั้น แต่ไม่เลือกกิน ขอเพียงมีเนื้อและกินอิ่มก็พอ ต้องรบกวนพี่สะใภ้แล้ว”
“จะรบกวนอะไรกันเล่า! พูดเช่นนี้ก็ห่างเหินกันเกินไปแล้ว!
“วางใจเถิด รับรองว่ามีเนื้อมากพอ ทั้งอิ่มทั้งอร่อย”
อาสะใภ้ใหญ่เย่ผูกผ้ากันเปื้อน แล้วเรียกอาสะใภ้สามเย่มาช่วย
หากเป็นเมื่อก่อน ต่อให้หวังกว่างผิงส่งคนมาช่วย อาสะใภ้ใหญ่เย่ก็คงไม่กล้าใช้พวกนางทำงาน
แต่หลังจากเจียงหยวนไวตักเตือนนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเมือง นางก็กล้าจัดแจงให้ผู้อื่นลงมือทำงานแล้ว
นับว่าโชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านเลือกคนมาได้เหมาะสม อีกทั้งคนเหล่านี้ต่างก็รู้ดีว่าตนมาทำสิ่งใด จึงพากันลงมือทำงานอย่างเรียบร้อย
ลูกน้องที่มู่เจิงพามาในวันนี้ ไม่ได้เป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ไปปราบโจรในวันนั้นทั้งหมด
ดังนั้นบางคนจึงรู้จักเย่เหล่าต้าเพียงจากคำบอกเล่าของผู้อื่น
พอเห็นกวางดาวหลายตัวบนรถ ทุกคนก็ฮือฮาขึ้นมาทันที
“พี่ใหญ่เย่ กวางพวกนี้ท่านล่ามาเองจริงหรือ?”
“โอ้โห มีตั้งมากมาย!”
“แถมยังเป็นกวางดาวทั้งนั้น เก่งกาจเกินไปแล้ว!”
ก่อนหน้านี้มู่เจิงเข้าไปดูมาแล้ว เวลานี้จึงคาบก้านหญ้า ยืนเคียงข้างเย่เหล่าต้าใต้ชายคา มองลูกน้องหลายคนของตนกระโดดโลดเต้น ส่วนมุมปากก็ประดับรอยยิ้มบาง ๆ
“พี่ใหญ่เย่ กวางดาวพวกนี้ท่านคิดจะจัดการอย่างไร?”
“ที่จริงตอนข้าออกไปล่าสัตว์ก็ไม่คิดว่าจะล่ากวางดาวได้มากถึงเพียงนี้ พอกลับถึงบ้านได้ไม่นานพวกเจ้าก็มากันแล้ว ข้ายังไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้เลย”
“ข้าว่าทำเช่นนี้ดีกว่า ข้าจะชี้ทางให้ท่าน” มู่เจิงกล่าว
