ช่างหลิวได้ยินดังนั้นก็ร้อนใจ เอ่ยถามติดกันว่า “เจ้าคิดว่าข้าให้เงื่อนไขไม่ดีพอหรือ?”
กล่าวจบก็ไม่รอให้เย่เหล่าซานตอบ เอ่ยพึมพำกับตนเองว่า “แท้จริงแล้ว ฝีมือของเจ้าในบางด้านล้ำหน้าข้าไปแล้ว
“หากให้เจ้าอยู่ในระดับเดียวกับฉ่างอัน ย่อมไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก
“แต่ระดับที่สูงกว่านั้น ข้าตัดสินใจเองไม่ได้ ทว่าข้าจะพยายามช่วยเจ้าให้ได้สิทธิประโยชน์ที่ดีกว่าเดิม เจ้าคิดเห็นเช่นไร...”
เย่เหล่าซานได้ยินเช่นนี้ ขนที่ต้นคอก็ลุกชัน กลัวว่าเฉิงฉ่างอันจะฟังแล้วไม่พอใจ จึงหันไปมองอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
ใครจะรู้ว่าเฉิงฉ่างอันไม่เพียงไม่ขุ่นเคือง กลับยังพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ข้างๆ ไม่หยุด
เย่เหล่าซานจึงจำต้องขัดจังหวะช่างหลิวด้วยตนเอง “ช่างหลิว ที่จริงข้าไม่ได้มีความสามารถอย่างที่ท่านคิด ข้ายังไม่เคยทำงานแกะสลักไม้ให้เสร็จสมบูรณ์สักชิ้นด้วยซ้ำ
“ข้าเพียงชอบลองคิดค้นวิธีการแปลกๆ ด้วยตนเอง บางทีจึงอาจช่วยได้ในเรื่องที่ท่านไม่ถนัดอยู่บ้างเท่านั้น
“หากให้ข้าทำงานแกะสลักไม้ด้วยตนเอง ข้าย่อมทำไม่สำเร็จแน่
“ยิ่งไปกว่านั้น ข้าได้ตอบตกลงกับตระกูลจางไว้ก่อนแล้วว่าจะร่วมกันเปิดโรงช่างไม้ หากผิดคำพูดคงไม่ดีนัก
“อีกอย่าง ช่วงนี้น้องสี่ของข้ากำลังจะทำเครื่องเรือน หลังจากนี้ข้าคงต้องยุ่งอยู่พักใหญ่”
เย่เหล่าซานกล่าวจบ ไม่รอให้ช่างหลิวเกลี้ยกล่อมต่อ ก็รีบเอ่ยว่า “อีกสามวันโรงช่างไม้ของพวกเราจะเปิดกิจการ หากช่างทั้งสองมีเวลา ขอเรียนเชิญมาร่วมงานด้วย”
