หลังกลับจากงานเลี้ยงต้อนรับของราชวงศ์บริเตนใหญ่ ฉินเฮ่อเซวียนกับชิงเทียนต่างอารมณ์ดีจนใคร ๆ มองออก
ทั้งสองคนมักเผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่มีเหตุผลอยู่บ่อยครั้ง
แม่นางลวี่สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงอดเอ่ยขึ้นตอนพูดคุยกับชิงเทียนไม่ได้ว่า “คุณชายฉินช่วงนี้ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเลยนะ!”
“ย่อมเป็นเช่นนั้น คืนงานเลี้ยงเขาเจรจาการค้ากับราชวงศ์บริเตนใหญ่ได้หลายรายการ มูลค่าแต่ละรายการก็ไม่น้อย กลับไปแล้วท่านอาจะต้องชมว่าเขามีความสามารถแน่!”
“แล้วเหตุใดองค์หญิงจึงอารมณ์ดีเช่นนี้ด้วยเล่า?”
พอได้ยินคำถามนี้ ชิงเทียนก็แทบควบคุมสีหน้าไว้ไม่อยู่ มุมปากพลันยกขึ้น
“ที่ข้าอารมณ์ดีก็เพราะพานักเรียนไปดูโรงเรียนของบริเตนใหญ่ มีคนไม่น้อยสนใจวิชาต่าง ๆ ของที่นี่ นี่ไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ?”
“ย่อมเป็นเรื่องดี” แม่นางลวี่ได้ยินชิงเทียนกล่าวถึงเรื่องนี้ ในที่สุดก็อดเอ่ยถามไม่ได้ “เช่นนั้นองค์หญิงทรงสังเกตหรือไม่ว่า ช่วงนี้นักเรียนบางคนมีความเห็นแตกต่างกัน จนแบ่งออกเป็นสามฝ่ายแล้ว”
“อาจารย์ลวี่วางใจ ข้ารู้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาที่ข้าจะออกหน้า
“ปล่อยให้พวกนางคิดและถกเถียงกันเองก่อนเถิด”
แม่นางลวี่ได้ยินดังนั้นจึงค่อยวางใจ ก่อนกล่าวว่า “องค์หญิงทรงทราบก็ดีแล้ว ข้านึกว่าองค์หญิงช่วงนี้อารมณ์ดีเสียจนไม่ทันสังเกตเรื่องเหล่านี้เสียอีก!”
ชิงเทียนหันไปมองแม่นางลวี่ แลบลิ้นพลางกล่าวว่า “เหตุใดอาจารย์ลวี่ฟังดูเหมือนมีนัยแฝงเล่า!”
แม่นางลวี่ยิ้มตอบ “ไม่มีอะไร เห็นพวกเจ้ามีความสุขกันถึงเพียงนี้ ข้าก็พลอยอารมณ์ดีไปด้วย”
