เรื่องที่ชิงเทียนเป็นบุตรแท้ ๆ หรือไม่นั้น ผู้อาวุโสเฉินมิได้ใส่ใจ
ตัวเขาเองยังไม่มีบุตรแท้ ๆ แล้วจะไปสนใจได้อย่างไรว่าบุตรของผู้อื่นเป็นบุตรแท้หรือรับมาเลี้ยง
ทว่าหลังจากอยู่ร่วมกันมาระยะหนึ่ง เขาก็ชื่นชอบชิงเทียนเด็กคนนี้จากใจจริง
โดยเฉพาะชิงเทียนที่รู้ความและอ่อนหวานน่ารักมาโดยตลอด
ความสุขที่มีหลานตัวน้อยคอยคลอเคลียอยู่ข้างกายเช่นนี้ เมื่อก่อนผู้อาวุโสเฉินยังเคยดูแคลนอยู่ไม่น้อย
แต่เมื่อได้ลิ้มรสแล้ว กลับมิอาจตัดใจละทิ้งได้อีก
เมื่อนึกว่าชิงเทียนจะถูกสามีภรรยารุ่ยชินอ๋องพาตัวไป ต่อไปตนมิใช่เพียงไม่ได้ยินชิงเทียนเรียกตนว่าท่านตาทวดอีก แต่แม้แต่คิดจะพบหน้าเด็กสักครั้งก็กลายเป็นความหวังเลื่อนลอย ผู้อาวุโสเฉินก็รู้สึกเจ็บแปลบในอกเป็นระลอก
อาสะใภ้ใหญ่เย่ได้แต่ปลอบอย่างอ่อนแรงว่า “ท่านผู้เฒ่า ยังไม่ถึงขั้นนั้นเสียหน่อย
“รุ่ยชินอ๋องกับพระชายารุ่ยชินอ๋องรับปากแล้วว่าจะคำนึงถึงความรู้สึกของชิงเทียน ไม่เร่งร้อน ค่อยเป็นค่อยไป”
ผู้อาวุโสเฉินตบที่วางแขนเก้าอี้พลางกล่าวว่า “ค่อยเป็นค่อยไปแล้วอย่างไร สุดท้ายพวกเขาก็ยังต้องพาเด็กไปอยู่ดี!
“นางเป็นธิดาของชินอ๋อง อย่าว่าแต่รุ่ยชินอ๋องกับพระชายารุ่ยชินอ๋องเลย แม้แต่ฮ่องเต้ก็ไม่มีทางยอมให้เด็กเรียกผู้อื่นว่าท่านพ่อท่านแม่และท่านอาได้!”
เมื่อได้ฟังคำพูดของผู้อาวุโสเฉิน บรรยากาศในบ้านก็พลันหม่นหมองลงอีกครา
มีเพียงชิงเทียนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว หลังมื้อเย็น นางมองข้าวของเต็มลานบ้านอย่างสงสัย ก่อนถามว่า “ท่านแม่เคยบอกว่าอย่ารับของมีค่าจากผู้อื่นตามใจชอบมิใช่หรือ
