“นี่มันคนเช่นไรกัน!” รุ่ยชินอ๋องฟังกั๋วฉงเลี่ยงรายงานจบแล้วก็ส่ายหน้าไม่หยุด
มิใช่ทุกคนต่างกล่าวกันหรือว่าแม่นางโหยวเป็นคนดี เหตุใดน้องชายทั้งสองคนของนางจึงเป็นคนเช่นนี้ไปได้?
กั๋วฉงเลี่ยงทอดถอนใจ “การอพยพหนีภัยทำให้ด้านดีของคนผู้หนึ่งเด่นชัดขึ้นได้ แต่กลับยิ่งขยายด้านชั่วร้ายให้เห็นชัดกว่าเดิม
“ครั้นถึงเทศกาลปีใหม่ ฮ่องเต้ทรงมีพระเมตตา เกรงว่าคนพเนจรนอกด่านจะหนาวตายหรืออดตาย จึงมีรับสั่งให้คนพาผู้ที่ตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ได้เข้าด่าน
“ตลอดครึ่งปีมานี้ พระองค์คงไม่ทรงทราบว่าคนเหล่านี้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนในด่านมากเพียงใด
“หลายคนก่อนอพยพหนีภัยยังเป็นเพียงชาวนาซื่อสัตย์และขยันขันแข็งแท้ ๆ
“แต่พอผ่านการอพยพหนีภัยมา เพื่ออาหารสักคำหรือเงินเพียงไม่กี่ตำลึง กลับกล้าปล้นฆ่าและวางเพลิง พระองค์เชื่อหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
กั๋วฉงเลี่ยงยิ่งพูดก็ยิ่งส่ายหน้า
สถานการณ์ในเมืองหลวงนับว่าดีแล้ว
ประการแรก ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงเกรงกลัวเมืองหลวงอยู่มาก
ประการที่สอง กำลังคนในเมืองหลวงก็มีพร้อมเพรียงที่สุดจริง ๆ
นอกจากเวรยามที่ผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าประตูเมืองทุกวันแล้ว ยังมีองครักษ์อวี้หลินที่ลาดตระเวนตามถนนหนทางและตรอกซอกซอยทุกวัน ไม่ต้องกล่าวถึงองครักษ์หลวงจำนวนมหาศาล
ทุกครั้งที่เกิดเรื่องขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็สามารถจัดการได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ยังไม่ลุกลาม
แต่บรรดาขุนนางผู้ปกครองเมืองหลายแห่งระหว่างเข้าด่านถึงเมืองหลวงต่างพากันร้องทุกข์ไม่หยุด
คนเหล่านี้ไม่เพียงทำลายความสงบในเมือง แต่ยังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่น้อย
