กั๋วฉงเลี่ยงรับราชการมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่พบคดีปู่ฟ้องหลานว่าไม่กตัญญูต่อบิดา
ยิ่งไปกว่านั้น ปู่ผู้นี้ยังไม่ใช่ปู่แท้ ๆ อีกด้วย
กล่าวตามตรง หากคนผู้นี้ไม่ใช่ผู้อาวุโสเฉิน ทางการคงไม่รับคดีนี้ไว้พิจารณา
ครั้นเห็นคนหลายคนที่หลู่ฉางตงพากลับมา ในจำนวนนั้นยังมีหญิงเพิ่งคลอดกับทารกอยู่ด้วย กั๋วฉงเลี่ยงก็รู้สึกปวดหัวแทบระเบิด
รู้สึกว่าแม้แต่หน้าของผู้อาวุโสเฉินก็ช่วยพยุงสถานการณ์ไม่ไหวแล้ว
“หาห้องสักห้องขังพวกเขาไว้ก่อน” กั๋วฉงเลี่ยงนวดหว่างคิ้วพลางกล่าว
คดีไม่กตัญญูต่อบิดามารดาเป็นคดีที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าจัดการยาก
ไม่ต้องพูดถึงว่าบิดามารดาส่วนใหญ่ไม่คิดฟ้องบุตรชายต่อทางการอยู่แล้ว
คนส่วนน้อยที่มีเรื่องขัดแย้งกัน แล้วเลือดร้อนมาฟ้องร้อง เก้าในสิบส่วนล้วนต้องเสียใจภายหลัง
หลายปีก่อนมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในต่างถิ่นครั้งหนึ่ง บิดามารดาฟ้องบุตรชายว่าไม่กตัญญู ครั้นทางการไต่สวนจนรู้ความจริงแล้วจึงตัดสินเนรเทศ สองสามีภรรยาชราก็ถึงกับตะลึงงัน
พวกเขาคิดว่าอย่างมากก็เพียงให้บุตรชายรับโทษโบยสักคราเพื่อให้หลาบจำ ใครจะรู้ว่าจะถึงขั้นถูกเนรเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้แทบเท่ากับตัดหนทางที่หลานชายจะรับราชการในภายหน้า
ต่อให้หลานทำคะแนนในการสอบขุนนางได้ดีเยี่ยม การมีบิดาเช่นนี้ก็เท่ากับแบกรับมลทินมาตั้งแต่ต้น
สองสามีภรรยาชราจึงก่อเรื่องวุ่นวายในศาล ไม่ยอมเลิกราจนกว่าจะถอนคำฟ้อง
แต่ทางการเปิดศาลไต่สวนและตัดสินคดีไปแล้ว เอกสารก็เขียนและประทับตราเรียบร้อย จะเปลี่ยนแปลงเพียงเพราะพวกเขาโวยวายได้อย่างไร
