แม้เพราะชิงเทียนชอบความสงบ คนรับใช้ในเรือนของนางจึงมีไม่มากนัก แต่ก็มิได้หมายความว่ารุ่ยชินอ๋องกับพระชายารุ่ยชินอ๋องจะปล่อยให้นางมีเพียงปี้รุ่ยอยู่ข้างกาย
สองสามีภรรยาส่งคนคอยจับตาดูความเป็นไปของชิงเทียนอยู่เสมอ
ดังนั้น ทุกความเคลื่อนไหวของมารดาปี้รุ่ยในช่วงหลายวันนี้ ทั้งคู่จึงเห็นอยู่ในสายตา
รุ่ยชินอ๋องเป็นคนใจร้อน ครั้นทราบเรื่องนี้ก็รีบไปบอกพระชายารุ่ยชินอ๋องทันที ขอให้นางจัดการโดยเร็ว
ทว่าพระชายารุ่ยชินอ๋องกลับอยากรอดูสถานการณ์อีกสักหน่อย
“ชิงเทียนเพิ่งได้กลับมาอยู่กับพวกเรา ต่อไปนางต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้
“ยามนี้นางชอบปี้รุ่ยมาก ทั้งยังยอมรับเพียงปี้รุ่ยคนเดียว นั่นมิใช่เรื่องดีนัก
“ข้าอยากฉวยโอกาสครั้งนี้สอนชิงเทียนสักหน่อย ว่าควรเลือกใช้คนและปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างไร”
“เช่นนั้นก็ดี” รุ่ยชินอ๋องจึงพยายามข่มโทสะลง
ด้วยเหตุนี้ ในช่วงสองวันที่ผ่านมา รุ่ยชินอ๋องกับพระชายารุ่ยชินอ๋องจึงคอยจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวรอบตัวชิงเทียนอย่างใกล้ชิด โดยที่นางไม่รู้ตัว
เมื่อมารดาปี้รุ่ยกล่าววาจาโอหังอยู่หน้าประตูเรือนของนางในวันนี้ สองสามีภรรยารุ่ยชินอ๋องก็แอบเฝ้ามองอยู่ไม่ไกล
พระชายารุ่ยชินอ๋องแทบจะรั้งรุ่ยชินอ๋องที่เดือดดาลจนเกือบควบคุมตนเองไม่อยู่ไว้ไม่ทัน
“เจ้าว่าชิงเทียนเด็กคนนี้นิสัยอ่อนเกินไปหรือไม่?
ทั้งที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดชัดเจน เหตุใดจึงไม่แสดงท่าทีอะไรเลย?”
“เช่นนี้ไม่ได้ ต่อไปนางมิถูกคนรังแกหรือ? พวกเราก็ปกป้องนางไปตลอดชีวิตไม่ได้”
รุ่ยชินอ๋องร้อนใจจนเดินวนไปมา ส่วนพระชายารุ่ยชินอ๋องกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่ง่ายดายเช่นนั้น
เพราะก่อนหน้านี้ ตอนถูกลักพาตัวไปพร้อมกับชิงเทียน พฤติการณ์หลายอย่างของเด็กคนนั้นหาได้ดูเหมือนคนอ่อนแอที่จะถูกผู้อื่นรังแกได้ง่ายไม่
สุดท้ายพระชายารุ่ยชินอ๋องจึงรั้งรุ่ยชินอ๋องที่แทบอยากพุ่งออกไปปกป้องบุตรสาวเอาไว้ อยากดูว่าชิงเทียนจะลงมือหรือไม่ หากนางไม่ทำอะไร ผู้ใหญ่ค่อยออกหน้าไปจัดการก็ยังไม่สาย
แต่ยังไม่ทันที่ชิงเทียนจะขยับ ปี้รุ่ยกลับเป็นฝ่ายไปยอมรับผิดก่อน
