ผลการชิมอาหารออกมาดียิ่ง ทุกคนต่างเอ่ยปากชมไม่ขาด แม้แต่ผู้อาวุโสเฉินก็ยังพยักหน้ายอมรับว่า ฝีมือทำอาหารของอาสะใภ้ใหญ่เย่พัฒนาขึ้นอย่างแท้จริง
เรื่องนี้ทำให้อาสะใภ้ใหญ่เย่มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมาก ความประหม่าเรื่องเปิดร้านในอีกสามวันข้างหน้าจึงลดลงไปไม่น้อย
หลังจากส่งแขกทุกคนกลับแล้ว ลู่หงอวิ๋นก็เรียกคนในร้านทั้งหมดมารวมตัวกัน
“วันนี้ทุกคนทำได้ไม่เลว เรื่องใหญ่ไม่มีปัญหาอะไร แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่หลายจุด
“ใครที่ทำพลาดย่อมรู้ตัวดี ข้าจะไม่เอ่ยเจาะจงทีละคน
“ก่อนหน้านี้ข้าบอกไว้แล้วว่า หากวันนี้ไม่มีข้อผิดพลาด จะมอบรางวัลให้ทุกคน
“เดิมทีข้าคิดว่า ในเมื่อทำได้ไม่ไร้ข้อผิดพลาด ก็คงไม่ควรมอบรางวัลแล้ว
“แต่นางโหยวบอกว่า หนึ่ง ทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยกันมาก สอง ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ได้ส่งผลเสียอะไร หลายคนก็แก้ไขได้ทันที
“เพราะฉะนั้น รางวัลที่สมควรได้ในครั้งนี้ยังคงมอบให้ทุกคน หวังว่าในวันเปิดร้าน ทุกคนจะตั้งใจให้มากเป็นสิบสองส่วน พยายามหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเช่นวันนี้”
ตอนแรกเหล่าคนงานในร้านต่างหงอยเหงากันอยู่บ้าง แต่พอได้ฟังคำพูดช่วงท้ายก็พากันโห่ร้องดีใจขึ้นมาทันที
แม้เงินรางวัลจะไม่มากนัก แต่การได้รับเงินเพิ่มก็ทำให้ทุกคนดีใจไม่น้อย
อาสะใภ้ใหญ่เย่รู้สึกโชคดีอีกครั้งที่เชิญลู่หงอวิ๋นมาช่วยงาน
วันนี้นางทุ่มเทกำลังทั้งหมดไปกับการทำอาหาร จึงไม่ทันสังเกตเลยว่าคนอื่นทำงานกันเป็นอย่างไร
อีกทั้งเงินรางวัลก้อนนี้ นางก็มอบให้ลู่หงอวิ๋นไปก่อนแล้ว โดยตกลงกันว่าจะให้อีกฝ่ายเป็นผู้จัดการทั้งหมด
นึกไม่ถึงว่าตอนแจกเงินรางวัล ลู่หงอวิ๋นยังไม่ลืมตักเตือนทุกคน พร้อมกับกำชับให้พวกเขาอย่าลืมขอบคุณอาสะใภ้ใหญ่เย่ด้วย
หลังทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว อาสะใภ้ใหญ่เย่จึงเอ่ยขอบคุณลู่หงอวิ๋นเป็นพิเศษ
ลู่หงอวิ๋นกลับไม่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ นางยิ้มพลางกล่าวว่า “นางโหยวจ้างข้ามาทำงาน ข้าย่อมต้องคิดแทนท่านอย่างเต็มที่ คนดีให้ท่านเป็นก็ถูกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เงินก็เป็นของท่านอยู่แล้ว
