หลังส่งชิงเทียนไปจวนรุ่ยชินอ๋องแล้ว อาสะใภ้ใหญ่เย่จึงมีเวลาจัดการคดีของโหยวเต๋อไห่กับโหยวเต๋อเถาที่ก่อนหน้านี้ไม่มีโอกาสได้ใส่ใจเสียที
ทั้งสามคนกับเด็กถูกขังอยู่ในคุกใหญ่ของจวนซุ่นเทียนมาระยะหนึ่งแล้ว
หากยังไม่จัดการ เด็กก็ใกล้จะครบเดือนเต็มที
ก่อนหน้านี้โหยวปินถูกพี่น้องทั้งสองทำให้โมโหจนเป็นลมล้มพับ ผู้อาวุโสเฉินกับอาสะใภ้ใหญ่เย่ต่างตกใจไม่น้อย
สิ่งที่กลัวที่สุดคือเขาจะโมโหจนโรคคลุ้มคลั่งกำเริบขึ้นมาอีก หากเป็นเช่นนั้นคงรับมือยาก จะให้ทุบศีรษะเขาอีกครั้งก็คงไม่ได้กระมัง?
เรื่องเช่นนี้ไม่มีใครควบคุมได้ ใครจะรู้ว่าทุบอีกครั้งแล้วอาการจะดีขึ้นหรือคลุ้มคลั่งกว่าเดิม!
ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสเฉินเคยพูดข่มขู่โหยวปินอย่างรุนแรงเพราะเรื่องโหยวเต๋อไห่กับโหยวเต๋อเถา
คราวนั้นเขาพูดไปเพราะปากไวชั่ววูบ พอคิดได้ภายหลังก็เสียใจไม่น้อย
ตอนนั้นโหยวปินเพิ่งฟื้นได้ไม่นาน หากถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกจะทำอย่างไร
โหยวปินพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านหลายวัน สาเหตุหลักเป็นเพราะเขาไม่ค่อยอยากเผชิญหน้ากับบุตรชายแท้ ๆ ทั้งสอง
หลังประสบเหตุถูกคานบ้านทับ แล้วยังต้องมองบุตรชายทั้งสองคุ้ยค้นหีบตู้ เอาเงินเก็บทั้งหมดของตนไปต่อหน้าต่อตา ก่อนจะทิ้งเขาไว้ราวกับขยะแล้วแยกย้ายไปหาหนทางของตน เขาก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าควรเผชิญหน้ากับทั้งคู่เช่นไร
แต่เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงวันขึ้นศาลพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการ โหยวปินก็ยังคงเอ่ยกับผู้อาวุโสเฉินอย่างระมัดระวังว่าอยากไปเยี่ยมพวกเขาในคุก
