ฉินเฮ่อเซวียนเห็นนางไม่อยากพูด จึงไม่สะดวกจะซักไซ้ฝืนใจ
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา หากผ่านไปสักพักแล้วนางยังคิดไม่ตก ย่อมต้องมาหาเขาเพื่อระบายความในใจอีกแน่
หากนางคิดตกได้ด้วยตนเอง ก็แสดงว่าเรื่องมิได้ร้ายแรงนัก ยิ่งไม่จำเป็นต้องกลัดกลุ้ม
ฉินเฮ่อเซวียนจึงหยิบของขวัญแสดงความยินดีที่ฮูหยินฉินกับตนเตรียมไว้ให้ชิงเทียนออกมา
“ก่อนหน้านี้ยังไม่มีโอกาสแสดงความยินดีกับเจ้าอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าอย่างไร การได้พบพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดก็เป็นเรื่องดี
“ท่านลุงกับท่านน้าตามหาเจ้าพบ บัดนี้ก็ถือว่าปลดเปลื้องเรื่องค้างคาใจไปได้เรื่องหนึ่ง ในที่สุดก็สมปรารถนาแล้ว
“ท่านลุงกับท่านน้าล้วนเป็นคนดี เจ้าอาจยังไม่คุ้นชินนัก แต่หากได้ใช้เวลาร่วมกันอีกสักระยะ ความรู้สึกห่างเหินเช่นนี้ย่อมค่อย ๆ เลือนหายไป”
ชิงเทียนได้ยินดังนั้นก็กะพริบตาปริบ ๆ มองฉินเฮ่อเซวียน พลางคิดในใจว่านางยังมิได้เอ่ยอะไรสักคำ เหตุใดพี่ฉินถึงรู้ว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่
เด็กทั้งสองพูดคุยกันอยู่ด้านใน ส่วนพระชายารุ่ยชินอ๋องกับฮูหยินฉินนั่งสนทนากันอยู่ด้านนอก
ฮูหยินฉินยิ้มกล่าวว่า “ข้าว่าเรื่องนี้ล้วนเป็นวาสนา
“คาดไม่ถึงเลยว่า กระโปรงลายดอกทับทิมและผลทับทิมที่คนในบ้านเตรียมไว้ให้พี่หญิง จะกลายเป็นลางมงคลที่เกิดขึ้นกับเรื่องนี้ในท้ายที่สุด
“คราวนั้นข้าพาเฮ่อเซวียนกลับเมืองหลวง ระหว่างทางได้พบชิงเทียน เห็นเด็กคนนี้แล้วก็รู้สึกคุ้นตา ถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ
“เฮ่อเซวียนยิ่งเอ็นดูน้องสาวผู้นี้เป็นพิเศษ ถึงกับอยากให้ข้าพาชิงเทียนกลับบ้านมาเลี้ยงเป็นน้องสาว
