แวะร้านไปหลายแห่งก็เป็นเช่นเดียวกัน
อย่าว่าแต่จะถูกไล่ออกมาเลย แต่ละคนยังมีท่าทีเป็นมิตรยิ่งนัก แทบอยากเข้ามาช่วยแนะนำเฟอร์นิเจอร์ให้ยายเย่กับอาสะใภ้ใหญ่เย่เสียด้วยซ้ำ
ไม่มีใครกังวลแม้แต่น้อยว่าหวังเกอมาที่นี่เพื่อแอบเรียนวิชาหรือแย่งกิจการ
ท้ายที่สุดหวังเกอก็อดใจไม่ไหว ลากเถ้าแก่คนหนึ่งที่พูดคุยถูกคอกันอยู่พักหนึ่งไปถามไถ่ด้านข้าง อยากรู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้น
ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ทันรอให้หวังเกอเอ่ยปาก ก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า “น้องหวัง เจ้านี่ไม่ซื่อตรงเอาเสียเลย!
“ลองพูดมาสิ หลายวันมานี้พี่หวงปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไรบ้าง?
“แต่เจ้ากลับปิดบังข้าเสียได้!”
“หา?” หวังเกอถูกกล่าวหาจนงุนงง “พี่หวงหมายความว่าอย่างไร?
“ความเมตตาที่ท่านมีต่อข้า ข้าจดจำไว้ทั้งหมด!
“หากไม่เช่นนั้น ข้าคงไม่ดึงท่านมาคุยตรงนี้หรอก ข้าเพียงอยากถามว่าตกลงเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
“เจ้ายังแสร้งทำเป็นไม่รู้!” พี่หวงกล่าว “เบื้องหลังโรงงานไม้ของพวกเจ้าเป็นจวนรุ่ยชินอ๋อง เรื่องใหญ่เพียงนี้ แต่เจ้ากลับปิดปากเงียบได้ดีทีเดียว!”
“อ้อ! ข้าว่าแล้วเชียว!” หวังเกอพลันเข้าใจขึ้นมา
โรงหมออยู่ในตรอกข้าง ๆ เพียงชั่วครู่ เรื่องเมื่อครู่ก็แพร่ไปทั่วบริเวณแล้ว
“พี่หวง เรื่องนี้ข้าไม่ได้ตั้งใจปิดบังท่าน เพียงแต่เรื่องมันยืดยาวและซับซ้อนนัก
“จวนรุ่ยชินอ๋องมีฐานะเช่นไร มิใช่ว่าพวกเราอยากพึ่งพิงแล้วจะทำได้
