ฮูหยินฉินยังไม่วางใจ จึงส่งพระชายารุ่ยชินอ๋องกลับจวนก่อน แล้วค่อยพาฉินเฮ่อเซวียนกลับบ้าน
ระหว่างทางกลับ ฉินเฮ่อเซวียนอดถามไม่ได้ว่า “ท่านแม่ เด็กคนนั้นของท่านน้าหญิง...แท้จริงแล้วเป็นอย่างไรกันแน่?”
“เฮ้อ” ฮูหยินฉินถอนหายใจ “เจ้าก็รู้ว่าเมื่อหลายปีก่อน ท่านน้าหญิงของเจ้าตั้งครรภ์ได้ยากเย็นเพียงใด อุ้มท้องสิบเดือนจึงให้กำเนิดบุตรสาว ทั้งสองสามีภรรยาดีใจกันเหลือเกิน
“ตอนนั้นแม่ยังไปเยี่ยมด้วย เด็กน้อยผิวขาวเนื้อนุ่ม น่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก
“ตอนแรกทุกอย่างดูเหมือนจะดี ใครจะรู้ว่ายังไม่ทันครบเดือน เด็กก็สิ้นใจเสียแล้ว
“รุ่ยชินอ๋องทรงกริ้วดุจสายฟ้าฟาด ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเด็กในตอนนั้นล้วนถูกลงโทษทั้งหมด
“ท่านน้าหญิงของเจ้ายังอยู่ไฟไม่ครบเดือน พอได้ยินข่าวก็หมดสติไป ป่วยอยู่หลายเดือนกว่าจะพอฝืนลุกจากเตียงได้
“นับแต่นั้นสุขภาพของนางก็ไม่แข็งแรงดังเดิม”
ฮูหยินฉินกล่าวพลางถอนหายใจ “หากเด็กคนนั้นรอดมาได้ ป่านนี้ก็คงอายุสี่ขวบแล้ว
“เจ้าก็จะมีน้องสาวไว้เล่นด้วย ไม่ต้องคอยมองลูกสาวบ้านอื่นด้วยความอิจฉาอยู่เสมอ!”
ฉินเฮ่อเซวียนกลับไม่เห็นด้วยในใจ ต่อให้มีน้องสาวแล้วจะเป็นอย่างไร จะมีใครน่าเอ็นดูเท่าชิงเทียนหรือ?
เขาใช่ว่าไม่เคยพบเด็กหญิงวัยไล่เลี่ยกันจากตระกูลใหญ่
ไม่ก็ถูกตามใจจนเอาแต่ใจวางอำนาจ ไม่ก็ถูกอบรมจนทึ่มทื่อ จะเทียบความน่ารักของชิงเทียนได้แม้แต่น้อยหรือ
แท้จริงแล้วฮูหยินฉินเป็นห่วงพี่สาวมาโดยตลอด ในฐานะพระชายา นางไม่เคยมีบุตร แม้รุ่ยชินอ๋องในยามนี้จะยังรักใคร่กลมเกลียวกับนางดังเดิม แต่ยากจะรับประกันได้ว่าในภายหน้าจะประคับประคองความสัมพันธ์เช่นนี้ต่อไปได้หรือไม่
เมื่อก่อนยังไม่มีบุตร ทุกคนต่างคิดว่าสามีภรรยาคู่นี้ตั้งใจหลีกเลี่ยงข้อครหา
ทว่าบัดนี้องค์ชายหลายพระองค์ต่างเจริญวัยเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่จวนรุ่ยชินอ๋องกลับยังไม่มีทายาทแม้แต่คนเดียว ผู้คนภายนอกจึงพากันพูดจานินทามากขึ้นทุกที
ครั้นพระชายารุ่ยชินอ๋องให้กำเนิดบุตรสาวในครั้งนั้น ไม่ว่าตระกูลเหวินหรือฮูหยินฉินต่างดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
มีบุตรสาวนั้นดีเพียงใด ทั้งรู้ใจและไม่เป็นภัยคุกคาม
ภายหน้าจะรับเขยเข้าบ้าน หรือแต่งออกไปก็ล้วนได้ทั้งสิ้น
