ยามชิงเทียนนอนกลางวัน รุ่ยชินอ๋องกับพระชายารุ่ยชินอ๋องก็นั่งรออยู่ด้านนอกตลอด
ปี้รุ่ยเอ่ยกับทั้งสองเสียงเบาว่า “คุณหนูน้อยมีอาการงอแงหลังตื่นนอนอยู่บ้าง ยามนอนกลางวันยังดีหน่อย แต่ทุกเช้าหลังตื่นมักจะครางงอแงและติดคน”
พระชายารุ่ยชินอ๋องได้ยินดังนั้นก็กล่าวทันทีว่า “คืนนี้ข้าจะนอนกับชิงเทียน จะได้ไม่ต้องกลัวเมื่อตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้เช้าแล้วอยู่เพียงลำพัง”
ปี้รุ่ยลอบคิดในใจว่า อาสะใภ้ใหญ่เย่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่รู้ว่าพระชายาคอยอยู่ด้วยแล้วจะได้ผลหรือไม่ ทว่าปากกลับเอ่ยว่า “เช่นนั้นย่อมดีเพคะ มีพระชายาอยู่เป็นเพื่อน คุณหนูน้อยต้องนอนหลับได้ดียิ่งขึ้นแน่”
ช่วงนี้ เพื่อเตรียมต้อนรับชิงเทียนกลับจวน พระชายารุ่ยชินอ๋องจึงจงใจเรียกบ่าวหลายคนในจวนที่มีบุตรสาวมาเรียนรู้จากพวกนางว่าควรดูแลเด็กหญิงวัยเท่าชิงเทียนเช่นไร
รุ่ยชินอ๋องฟังอยู่ข้าง ๆ ด้วยความอิจฉายิ่ง แม้เขาจะเป็นบิดาแท้ ๆ แต่ชิงเทียนเป็นเด็กหญิง อีกทั้งเติบโตมาโดยไม่ได้อยู่ข้างกายเขาตั้งแต่เล็ก สำหรับการกระทำที่ใกล้ชิดเกินไป เขาจึงยังต้องระมัดระวังอยู่บ้าง
ชิงเทียนนอนกลางวันไม่นานนัก โดยมากก็ราวครึ่งชั่วยาม
อย่างไรเสีย บางบ่ายนางยังต้องไปเรียนกับแม่นางลวี่
นางเคยชินกับการนอนกลางวันมานานแล้ว อีกทั้งนี่ก็เป็นครั้งแรกที่นอนกลางวันในจวนรุ่ยชินอ๋อง
ดังนั้นในใจจึงยังไม่อาจผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่
นางนอนไปเพียงครึ่งชั่วยาม ยังไม่ทันมีใครไปเรียกก็ลืมตาตื่นขึ้นมาเอง
