วันเปิดกิจการเรือนใจไม้คึกคักเป็นอย่างยิ่ง แม้ช่างหลิวจะไม่ได้รับนางเป็นศิษย์ แต่ก็ยังช่วยโฆษณาให้ในหมู่คนรู้จัก ส่วนใหญ่ก็เพื่อขอบคุณเย่เหล่าซานที่ช่วยเหลือตนอีกครั้ง
วันต่อ ๆ มา ช่างหลิวไม่มีเวลามาสนใจเรื่องภายนอกเหล่านี้อีก เขาตั้งใจใช้ช่วงที่กรมช่างหลวงส่งคนออกไปจัดหาท่อนไม้ขนาดเหมาะสม ฝึกฝนกับเศษไม้เหลือใช้ชนิดต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้เต็มที่ เพื่อวางพื้นฐานให้มั่นคงสำหรับการทำงานแกะสลักไม้อย่างตั้งใจในวันหน้า
รูปแบบเครื่องเรือนสำหรับเรือนใหม่ของเย่เหล่าซื่อก็ได้ข้อสรุปเสียที เย่เหล่าซานไปกำกับดูแลการซื้อไม้ด้วยตนเอง ครั้นขนกลับมาถึงโรงช่างไม้ ก็เริ่มตัดแผ่นไม้ เตรียมลงมือทำเครื่องเรือนแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ยายเย่จึงรีบเชิญซินแสคนหนึ่งมา มอบดวงชะตาของเย่เหล่าซื่อกับแม่นางโจวให้อีกฝ่ายช่วยคำนวณดูว่า ในเร็ววันนี้มีวันมงคลเหมาะแก่การไปสู่ขอถึงตระกูลโจวหรือไม่
ซินแสคำนวณครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “อีกแปดวันจะเป็นวันมงคลขอรับ”
ยายเย่ได้ยินว่าเป็นอีกแปดวันก็ลังเลเล็กน้อย หันไปถามอาสะใภ้ใหญ่เย่ “จะกระชั้นเกินไปหรือไม่? ข้าวของยังซื้อไม่ครบเลย!”
ซินแสได้ยินดังนั้นจึงกล่าวเสริมว่า “หากพลาดวันนั้นไป วันดีเช่นนี้อีกครั้งคงต้องรอจนพ้นปีใหม่และเข้าสู่เดือนหนึ่งแล้วขอรับ”
ยายเย่ได้ยินก็รีบกล่าวว่า “เช่นนั้นไม่ได้ รอนานถึงเพียงนั้นไม่ไหว อีกแปดวันก็ดีแล้ว”
ยายเย่มอบซองแดงที่เตรียมไว้ให้นานแล้วแก่ซินแส ส่งอีกฝ่ายกลับไป จากนั้นก็ไม่กล้าชักช้าแม้แต่น้อย ตั้งใจจะลากอาสะใภ้ใหญ่เย่ออกไปซื้อข้าวของสำหรับพิธีหมั้นทันที
อาสะใภ้ใหญ่เย่รีบโบกมือกล่าวว่า “ท่านแม่ ข้าไม่รู้ธรรมเนียมในเมืองหลวง ขอไม่เข้าไปวุ่นวายด้วยดีกว่า
“แต่ท่านไม่ต้องกังวล ข้าคุยกับเถ้าแก่ลู่ไว้แล้ว หลายวันนี้นางจะคอยช่วยท่านจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ
“แล้วข้าจะจัดคนงานสองคนให้พวกท่านด้วย จะได้ช่วยหิ้วของและทำธุระเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านเห็นว่าอย่างไร?”
“เช่นนั้นย่อมดีอยู่แล้ว!” ยายเย่ได้ยินว่าอาสะใภ้ใหญ่เย่จัดการไว้เสียพร้อมสรรพก็ยินดีจนยิ้มไม่หุบ หันไปกล่าวกับเถ้าแก่ลู่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ว่า “หงอวิ๋น หลายวันนี้ต้องลำบากเจ้าแล้ว!
